ตอนที่ 3

 
ปัญหาเบื้องต้นที่จะต้องแก้ไขคือ  โลกปัจจุบันที่ตั้งมั่นอยู่ในแบบแผนของความขัดแย้ง  จะเปลี่ยนเป็นโลกที่มีความกลมเกลียวและความร่วมมือกันอย่างแพร่หลายได้อย่างไร
 
ระบบโลกสามารถก่อตั้งได้บนสำนึกที่ไม่สั่นคลอนในความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติเท่านั้น  ซึ่งเป็นสัจธรรมทางจิตวิญญาณที่ศาสตร์ทั้งหมดของมนุษย์ยืนยัน  มานุษยวิทยา  สรีรวิทยา  จิตวิทยา  ยอมรับว่ามนุษย์มีสายพันธุ์เดียวเท่านั้น  แม้จะมีความหลากหลายอย่างไม่สิ้นสุดในลักษณะที่เป็นรองอื่นๆ ของชีวิต  การยอมรับสัจธรรมนี้จำเป็นต้องละทิ้งอคติ  อคติทุกชนิด  อคติทางเชื้อชาติ  ชนชั้น  สีผิว  ความเชื่อทางศาสนา  ชาติ  เพศ  ระดับขั้นของอารยธรรมทางวัตถุ  ทุกสิ่งที่ทำให้ประชาชนถือว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น
 
การยอมรับความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ  คือเงื่อนไขจำเป็นแรกขั้นมูลฐานสำหรับการจัดระบบใหม่และบริหารโลกให้เป็นเสมือนประเทศเดียว  เป็นบ้านของมนุษยชาติ  การยอมรับหลักธรรมนี้อย่างเป็นสากล  เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความพยายามใดก็ตามที่จะสถาปนาสันติภาพของโลกให้สำเร็จ  ดังนั้นหลักธรรมนี้ควรได้รับการประกาศอย่างเป็นสากล  สอนในโรงเรียนทั้งหลาย  และยืนยันอยู่ตลอดในทุกชาติ  เป็นการเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงองคาพยพในโครงสร้างสังคมตามที่หลักธรรมนี้แสดงนัยไว้
 
ในทัศนะของบาไฮ  การยอมรับความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ “กำหนดเงื่อนไขไม่น้อยไปกว่าการลดกำลังทหารและสร้างโลกอารยะใหม่ทั้งหมด  เป็นโลกที่ประสานองคาพยพเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญทั้งหมดของชีวิต  ในกลไกการปกครอง  ในความใฝ่ฝันทางศีลธรรม  ในการค้าและการคลัง  ในแบบเขียนและภาษา  และกระนั้นไม่มีสิ้นสุดในความหลากหลายของเอกลักษณ์ความเป็นชาติของหน่วยต่างๆ ที่รวมตัวกันเป็นสหพันธ์”
 
ในการขยายความนัยต่างๆ ของหลักธรรมที่สำคัญนี้  ท่านโชกิ  เอฟเฟนดิผู้เป็นศาสนภิบาลของศาสนาบาไฮ  ให้คำอธิบายไว้ในปี ค.ศ.1931 ว่า “หลักธรรมนี้มิได้มุ่งหมายจะบ่อนทำลายรากฐานทั้งหลายของสังคมที่มีอยู่  หากแต่พยายามขยายรากฐานของสังคมให้กว้างขึ้น  หล่อสถาบันต่างๆ เสียใหม่ในลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด  หลักธรรมนี้มิได้ขัดกับหรือบ่อนทำลายความจงรักภักดีที่แท้จริงและสมเหตุสมผล  จุดประสงค์ของหลักธรรมนี้มิไช่จะดับเปลวไฟแห่งความรักชาติที่ฉลาดและมีสติในหัวใจของมนุษย์ทั้งหลาย  หรือล้มเลิกระบบการปกครองตนเองของแต่ละชาติ  ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งหากจะหลีกเลี่ยงความชั่วร้ายของการรวมอำนาจมากเกินไป  หลักธรรมนี้มิได้ละเลยหรือพยายามระงับความหลากหลายทางชาติพันธุ์กำเนิด  ภูมิอากาศ  ประวัติศาสตร์  ภาษาและประเพณี  ความคิดและนิสัย  ที่ทำให้ประชาชนและชาติทั้งหลายแตกต่างกัน  หลักธรรมนี้เรียกร้องให้มีความจงรักภักดีที่กว้างกว่า  มีความใฝ่ฝันที่กว้างใหญ่กว่าความใฝ่ฝันใดๆ ที่เคยจูงใจมนุษยชาติ  และยืนกรานว่าความต้องการและผลประโยชน์ระดับชาติเป็นรองต่อสิทธิ์ที่เหนือกว่าของโลกที่ประสานเข้าด้วยกัน  หลักธรรมนี้ปฏิเสธการรวมอำนาจมากเกินไปในด้านหนึ่ง  และไม่ข้องเกี่ยวกับความพยายามจะเป็นเอกรูปในอีกด้านหนึ่ง  คติพจน์ของหลักธรรมนี้คือเอกภาพในความหลากหลาย”
 
การจะบรรลุจุดหมายทั้งหลายดังกล่าว  จำเป็นต้องอาศัยหลายขั้นตอนในการปรับเจตคติของการเมืองระดับชาติ  ซึ่งเวลานี้จวนเจียนเข้าสู่อนาธิปไตยเพราะปราศจากกฎหมายที่นิยามไว้ชัดเจน  หรือหลักการที่ยอมรับกันอย่างเป็นสากลและบังคับใช้ได้  เพื่อกำกับควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างชาติ  องค์การสันนิบาตชาติ  องค์การสหประชาชาติ  และองค์กรมากมายและข้อตกลงที่สององค์การนี้ผลิตขึ้นมา  มีประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัยในการบรรเทาผลลบบางอย่างของความขัดแย้งระหว่างชาติ  แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่สามารถป้องกันสงคราม  ที่จริงแล้วมีสงครามหลายสิบครั้งนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง  และสงครามอีกมากมายกำลังเดือดอยู่
 
ลักษณะสำคัญที่เด่นที่สุดทั้งหลายของปัญหานี้ได้โผล่พ้นขึ้นมาในคริสต์ศตวรรษที่สิบเก้า  เมื่อพระบาฮาอุลลาห์ทรงเสนอแผนของพระองค์เป็นครั้งแรกสำหรับการสถาปนาสันติภาพของโลก  หลักการของสวัสดิภาพร่วมกันได้รับการเสนอให้พิจารณาโดยพระองค์ในคำแถลงที่ตรัสต่อผู้ปกครองทั้งหลายของโลก  ท่านโชกิ  เอฟเฟนดิให้คำอธิบายความหมายของพระองค์ไว้ว่า “วจนะที่มีน้ำหนักเหล่านี้จะหมายความเป็นอื่นใดได้  หากมิได้ชี้ไปที่การลดทอนอธิปไตยของชาติที่ไม่ถูกรั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เป็นขั้นต้นที่ขาดมิได้สำหรับการจัดตั้งสหพันธรัฐในอนาคตของทุกชาติในโลก  รูปแบบหนึ่งของอภิรัฐแห่งโลกจำเป็นต้องพัฒนาขึ้นมา  ซึ่งเพื่อเห็นแก่อภิรัฐนี้ชาติทั้งหมดจะเต็มใจสละข้อกล่าวอ้างทุกอย่างที่จะทำสงคราม  สละสิทธิ์บางอย่างในการเก็บภาษี  และสละสิทธิ์ทุกอย่างที่จะมีอาวุธยุทธภัณฑ์ไว้เว้นแต่เพื่อจุดประสงค์ของการค้ำจุนระเบียบภายในอาณาจักรของตน  ภายในวงอิทธิพลของอภิรัฐดังกล่าว  จะต้องมีคณะบริหารนานาชาติที่สามารถบังคับใช้อำนาจสูงสุดและท้าทายไม่ได้กับทุกประเทศสมาชิกของสหพันธรัฐที่ดื้อแพ่ง  มีรัฐสภาแห่งโลกซึ่งสมาชิกของรัฐสภานี้จะได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชนในประเทศของตน  และการเลือกตั้งนี้จะได้รับการรับรองโดยรัฐบาลของประเทศนั้นๆ  มีศาลสูงสุดซึ่งการพิพากษาของศาลนี้จะมีผลผูกมัด  แม้แต่ในกรณีที่คู่กรณีที่เกี่ยวข้องไม่ตกลงใจเสนอเรื่องให้พิจารณาด้วยความสมัครใจ
 
“ในประชาคมโลกดังกล่าวกำแพงเศรษฐกิจทั้งหมดจะถูกลื้อทำลายอย่างถาวร  และการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างเงินทุนและแรงงานจะเป็นที่ยอมรับอย่างแน่ชัด  เสียงโห่ร้องของความบ้าคลั่งและการต่อสู้ทางศาสนาจะเงียบสงบตลอดไป  เปลวไฟแห่งความชิงชังทางเชื้อชาติจะดับลงในที่สุด  ประมวลกฎหมายระหว่างประเทศเดียวกัน  ซึ่งเป็นผลผลิตจากการวินิจฉัยอย่างรอบคอบโดยผู้แทนจากแต่ละรัฐของสหพันธรัฐแห่งโลก  จะมีการใช้บทลงโทษด้วยการแทรกแซงที่บีบบังคับอย่างทันใดของกองกำลังร่วมของประเทศสมาชิกของสหพันธ์  และในที่สุดความเดือดดาลของความคลั่งชาติที่หุนหันพลันแล่นและพร้อมจะสู้รบ  จะถูกเปลี่ยนเป็นสำนึกอันยั่งยืนในความเป็นพลเมืองของโลก  แท้จริงแล้วดังกล่าวนี้ปรากฏเป็นเค้ารูปอย่างกว้างๆ ที่สุดของระบบที่พระบาฮาอุลลาห์คาดการณ์ไว้  เป็นระบบที่จะได้รับการพิจารณาว่าเป็นผลที่งดงามที่สุดของยุคที่กำลังบรรลุวุฒิภาวะอย่างช้า”
 
พระบาฮาอุลลาห์ทรงระบุถึงการดำเนินมาตรการที่กว้างไกลเหล่านี้ไว้ว่า : “เวลานั้นต้องมาถึง  คือเวลาที่ความจำเป็นรีบด่วนของการจัดการชุมนุมอย่างไพศาลและรวมหมด  จะเป็นที่ตระหนักอย่างทั่วถึง  ผู้ปกครองและกษัตริย์ทั้งหลายของโลกจำเป็นต้องเข้าร่วมการชุมนุมนี้  และโดยการปรึกษาหารือกันต้องพิจารณาหนทางและวิธีการที่จะวางรากฐานของสันติภาพอันยิ่งใหญ่ของโลกในหมู่มนุษย์”
 
ความกล้าหาญ  ความเด็ดเดี่ยว  แรงจูงใจที่บริสุทธิ์  ความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวที่ชนชาติหนึ่งมีต่ออีกชนชาติหนึ่ง  ซึ่งเป็นคุณสมบัติทางจิตวิญญาณและศีลธรรมที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการดำเนินขั้นตอนที่สำคัญยิ่งนี้ไปสู่สันติภาพ  มีศูนย์รวมอยู่ที่เจตนารมณ์ที่จะกระทำ  และเพื่อการปลุกเจตจำนงที่จำเป็นนี้เองที่ต้องให้การพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับสภาวะความเป็นจริงของมนุษย์  กล่าวคือ  ความคิดของมนุษย์  การเข้าใจความเกี่ยวโยงของสภาวะความเป็นจริงที่มีพลังนี้  ยังเป็นการตระหนักในความจำเป็นทางสังคม  ที่จะต้องทำให้คุณค่าที่ไม่มีเหมือนของความคิดแสดงพลังออกมาโดยการปรึกษาหารือกันด้วยความตรงไปตรงมา  เที่ยงธรรมและไมตรีจิต  และปฏิบัติตามผลที่ได้จากกระบวนการนี้  พระบาฮาอุลลาห์ทรงยืนหยัดดึงความสนใจมาที่คุณและความขาดไม่ได้ของการปรึกษาหารือ  สำหรับการจัดกิจการทั้งหลายให้เป็นระเบียบ  พระองค์ทรงกล่าวว่า : “การปรึกษาหารือทำให้เกิดความตระหนักรู้ที่ชัดแจ้งกว่าและเปลี่ยนความไม่รู้จริงเป็นความมั่นใจ  การปรึกษาหารือคือแสงสว่างอันเรืองรองที่ส่องทางและชี้นำในโลกมืด  เพราะทุกสิ่งมีและจะยังคงมีสถานะแห่งความสมบูรณ์และการพัฒนาเต็มที่  การพัฒนาเต็มที่ของพรสวรรค์แห่งความเข้าใจจะถูกแสดงให้เห็นชัดโดยการปรึกษาหารือ”  ความพยายามจะบรรลุสันติภาพโดยการกระทำที่ใช้การปรึกษาหารือตามที่พระบาฮาอุลลาห์เสนอ  สามารถปล่อยจิตวิญญาณที่เป็นประโยชน์ในหมู่ประชาชนทั้งหลายของโลก  จนไม่มีอานุภาพใดสามารถต้านทานชัยชนะที่เป็นผลสุดท้ายในที่สุด
 
เกี่ยวกับกระบวนวิธีสำหรับการชุมนุมแห่งโลกนี้  พระอับดุลบาฮาผู้เป็นบุตรชายของพระบาฮาอุลลาห์และเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการตีความคำสอนของพระองค์  ทรงเสนอความหยั่งรู้เหล่านี้ : “พวกเขาต้องทำให้ความมุ่งหมายแห่งสันติภาพเป็นจุดหมายของการปรึกษาหารือโดยรวม  และหาทางสถาปนาสหภาพของชาติทั้งหลายของโลกโดยทุกวิธีในอำนาจของตน  พวกเขาต้องทำสนธิสัญญาผูกมัดและสถาปนาปฏิญญาที่มีข้อกำหนดที่ชอบด้วยเหตุผล  ละเมิดไม่ได้และแน่ชัด  พวกเขาต้องประกาศปฏิญญานี้ทั่วโลก  และปฏิญญานี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากมวลมนุษยชาติ  ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและประเสริฐนี้  ซึ่งเป็นบ่อเกิดที่แท้จริงของสันติภาพและความผาสุกของทั่วโลก  ควรได้รับการพิจารณาโดยทุกคนที่อาศัยอยู่บนพิภพว่าเป็นภารกิจที่ศักดิ์สิทธิ์  กองกำลังทั้งหมดของมนุษยชาติต้องระดมมาเพื่อรับประกันเสถียรภาพและความถาวรของปฏิญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้  ในข้อตกลงที่ครอบคลุมหมดนี้  ขอบเขตและชายแดนของแต่ละชาติควรกำหนดไว้อย่างชัดเจน  หลักการต่างๆ ที่เป็นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทั้งหลายที่มีต่อกันควรวางไว้อย่างแน่ชัด  ข้อตกลงและข้อบังคับทั้งหมดระหว่างประเทศต้องเป็นที่รู้แน่  ทำนองเดียวกันขนาดของอาวุธยุทธภัณฑ์ของทุกรัฐบาลควรถูกจำกัดอย่างเข้มงวด  เพราะหากยอมให้มีการตระเตรียมสงครามและเพิ่มกำลังทหารของชาติใด  นั่นจะปลุกเร้าความระแวงสงสัยของชาติอื่น  หลักการมูลฐานที่เป็นรากฐานของข้อตกลงที่เคร่งครัดนี้  ควรกำหนดไว้อย่างที่หากรัฐบาลไหนละเมิดข้อกำหนดใดในภายหลัง  รัฐบาลทั้งหมดบนโลกควรลุกขึ้นทำให้รัฐบาลนั้นยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง  ไม่เพียงเท่านั้น  มนุษยชาติโดยรวมควรมุ่งมั่นทำลายรัฐบาลนั้นด้วยอำนาจทุกอย่างที่มีอยู่  หากนำการรักษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้มาใช้กับร่างกายของโลกที่เจ็บป่วย  นอนใจได้ว่าโลกจะฟื้นจากความยุ่งยากและคงอยู่อย่างปลอดภัยและมั่นคงไปชั่วกาลนาน”
 
การจัดประชุมที่ยิ่งใหญ่นี้เลยเวลามานานแล้ว
 
ด้วยแรงใจทั้งหมดเราขอร้องบรรดาผู้นำของทุกชาติให้ใช้โอกาสที่เหมาะกับเวลานี้  และดำเนินขั้นตอนทั้งหลายที่ไม่มีย้อนกลับเพื่อเรียกการประชุมแห่งโลกนี้  พลังทั้งหมดของประวัติศาสตร์ผลักดันเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปสู่การกระทำนี้  ซึ่งจะเป็นรอยหมายไปตลอดกาลของรุ่งอรุณแห่งวุฒิภาวะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่รอคอยกันมานาน
 
องค์การสหประชาชาติพร้อมกับการสนับสนุนเต็มที่จากประเทศสมาชิก  จะไม่ลุกขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อันสูงส่งของการชุมนุมสุดยอดสุดนี้หรือ?
 
ขอให้บุรุษและสตรี  เยาวชนและเด็กทุกแห่งหน  มองเห็นคุณค่านิรันดร์ของการกระทำที่เลี่ยงไม่ได้นี้สำหรับชนชาติทั้งหมด  และขานรับด้วยความเต็มใจ  ที่จริงแล้วขอให้เป็นคนรุ่นนี้ที่เปิดฉากขั้นตอนที่รุ่งโรจน์นี้ในวิวัฒนาการของชีวิตทางสังคมบนโลก
<<< ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 4 >>>

 

Verified by MonsterInsights