ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติ
การปรับปรุงการแปล: ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติ
หมายเหตุ: ภาพถ่ายด้านบนแสดง ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติของบาไฮชุดแรก ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2516
ในระดับชาติ กิจการของชุมชนบาไฮได้รับการบริหารโดย ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติของบาไฮ (National Spiritual Assembly) ซึ่งเป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกจำนวนเก้าคนที่รับผิดชอบในการ ชี้นำ ประสานงาน และกระตุ้นกิจกรรม ของสภาจิตวิญญาณแห่งท้องถิ่นและสมาชิกแต่ละคนของชุมชนบาไฮภายในประเทศที่กำหนด
ในจดหมายที่เขียนในนามของ โชกิ เอฟเฟนดิ ได้เปรียบเทียบการทำงานของธรรมสภาบาไฮแห่งชาติกับการเต้นของหัวใจที่แข็งแรง ซึ่ง “สูบฉีดความรักทางจิตวิญญาณ พลังงาน และการให้กำลังใจ” ให้กับสมาชิกทุกคนของชุมชนบาไฮ ท่านเขียนว่าสมาชิกของธรรมสภาบาไฮแห่งชาติควร “มองข้ามความชอบและความไม่ชอบของตนเอง ความสนใจและอคติส่วนตัวโดยสิ้นเชิง และมุ่งความสนใจไปที่มาตรการเหล่านั้นที่จะนำไปสู่ความผาสุกและความสุขของชุมชนบาไฮ และส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขร่วมกัน”
พวกเขาต้องทำงานด้วย “ความนอบน้อมถ่อมตนอย่างที่สุด” และควรได้รับการจดจำถึง “ความเปิดกว้างทางความคิด ความรู้สึกที่สูงส่งต่อความยุติธรรมและหน้าที่ ความตรงไปตรงมา ความเจียมเนื้อเจียมตัว การอุทิศตนทั้งหมดเพื่อสวัสดิการและผลประโยชน์ของมิตรสหาย อุดมการณ์ และมนุษยชาติ”
หน้าที่และความรับผิดชอบของธรรมสภาบาไฮแห่งชาติ ได้แก่ การ จัดสรรทรัพยากรทางการเงิน ของชุมชน, ส่งเสริมการเติบโตและชีวิตชีวา ของชุมชนบาไฮแห่งชาติ, กำกับดูแล กิจการของชุมชน รวมถึงกิจกรรมการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจและทรัพย์สินของชุมชน, ดูแลความสัมพันธ์กับรัฐบาล, แก้ไขปัญหา จากบุคคลและธรรมสภาบาไฮแห่งท้องถิ่น, และ เสริมสร้างการมีส่วนร่วม ของชุมชนบาไฮในชีวิตของสังคมระดับชาติ ในทุกด้านของการทำงาน ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติได้รับประโยชน์จากภูมิปัญญาและประสบการณ์ของ ที่ปรึกษา ซึ่งให้คำแนะนำและช่วยเหลือพวกเขา
สมาชิกบาไฮทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการเลือกตั้ง สภายุติธรรมสากล (Universal House of Justice) ทุกๆ ห้าปี ส่วนสภาจิตวิญญาณแห่งชาติได้รับการเลือกตั้งเป็นประจำทุกปี ตามขั้นตอนการเลือกตั้งพื้นฐานของศาสนาบาไฮ: ไม่อนุญาตให้มีการเสนอชื่อ, ห้ามไม่ให้มีการรณรงค์หาเสียง, ใช้บัตรลงคะแนนลับ, ขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคำนึงถึงลักษณะทางศีลธรรมและความสามารถในทางปฏิบัติ, และผู้หญิงและผู้ชายที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดจะได้รับการเลือกตั้ง
ในขณะที่ธรรมสภาบาไฮแห่งท้องถิ่น (Local Spiritual Assembly) ได้รับเลือกโดยสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคนในชุมชนบาไฮในท้องถิ่นนั้น ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติจะได้รับการเลือกตั้งโดย ผู้แทน (Delegates) ซึ่งได้รับเลือกในการประชุมใหญ่ระดับเขตหรือแบบ “หน่วย” ในแต่ละปี ผู้ได้รับมอบหมายจะมารวมตัวกันที่การประชุมใหญ่ระดับชาติ ปรึกษาหารือและแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความก้าวหน้าของชุมชนบาไฮ และลงคะแนนเสียงให้กับสมาชิกของสภาจิตวิญญาณแห่งชาติ
ในบางประเทศ สภาจิตวิญญาณแห่งชาติมอบหมายหน้าที่บางอย่างให้กับ สภาบาไฮประจำภูมิภาค (Regional Baháʼí Councils) ซึ่งให้บริการแก่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กำหนดภายในประเทศนั้นๆ ความรับผิดชอบของสภาภูมิภาคอาจรวมถึงการ ดำเนินงานตามนโยบาย ของธรรมสภาบาไฮแห่งชาติ, กำกับดูแลความคืบหน้า ของแผนงานและโครงการเฉพาะ, และการดำเนินการเพื่อ กระตุ้นและประสานงาน การเติบโตของชุมชนบาไฮภายในภูมิภาค
ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติ ครั้งแรกของประเทศไทย พ.ศ. 2507
ในอนาคต การมีธรรมสภาบาไฮแห่งชาติในทุกประเทศทั่วโลกจะก่อให้เกิดประโยชน์ใดต่อมวลมนุษยชาติ?
ประโยชน์ในอนาคตของการมี ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติของบาไฮ (National Spiritual Assembly) ในทุกประเทศทั่วโลก คือการวางรากฐานทางโครงสร้างสำหรับการบริหารระดับชาติที่ ปราศจากการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง และเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกันภายใต้หลักการความยุติธรรมและความสามัคคีระดับโลก
สถาบันนี้จะทำหน้าที่เป็นหน่วยการปกครองระดับชาติที่ให้ประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติในอนาคตในหลายด้าน ดังนี้:
1. การสร้างความเป็นเอกภาพของชาติ (National Unity)
ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติจะเป็นแบบอย่างของการปกครองที่เหนือกว่าความแตกแยกแบบเดิม ๆ:
ขจัดอคติและการแบ่งฝ่าย: ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติจะบริหารกิจการของชุมชนบาไฮทั้งหมดในประเทศโดยมุ่งเน้นที่หลักการ ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ และการขจัดอคติทางเชื้อชาติ ศาสนา และชนชั้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับสังคมวงกว้างในการสร้าง ความสมานฉันท์ในระดับชาติ ที่แท้จริง
การบริการที่เป็นกลาง: สมาชิกธรรมสภาบาไฮแห่งชาติมาจากการเลือกตั้งที่ห้ามการรณรงค์หาเสียงและการเสนอชื่อ ทำให้การรับใช้ของพวกเขามาจากแรงจูงใจในการ บริการอย่างบริสุทธิ์ใจ โดยปราศจากผลประโยชน์ส่วนตัวหรือทางการเมือง ซึ่งเป็นแนวทางการบริหารที่ช่วยลดความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจในสถาบันผู้นำ
2. การเป็นแบบจำลองสำหรับการปกครอง (A Model for Governance)
การปกครองแบบมีหลักการ: ส.จ.ช. ใช้หลักการ การปรึกษาหารือ (Consultation) ในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้เกิดความเปิดกว้างทางความคิด การเคารพ และการมุ่งเน้นที่การค้นหาความจริงเหนือความเห็นส่วนตัว สิ่งนี้เป็นแม่แบบสำหรับสภานิติบัญญัติและคณะรัฐมนตรีของประเทศต่าง ๆ ในการบรรลุข้อสรุปที่รอบด้านและยุติธรรม
การเชื่อมโยงระหว่างประเทศ: ในทุกประเทศธรรมสภาบาไฮแห่งชาติทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนบาไฮท้องถิ่นกับ สภายุติธรรมสากล ซึ่งเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของโลก การมีสถาบันนี้ในทุกประเทศจึงเป็นกลไกที่จำเป็นในการ เชื่อมโยงการบริหารระดับประเทศเข้ากับการบริหารระดับโลก ในอนาคต ทำให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูล ความรู้ และการตัดสินใจที่สอดคล้องกัน
3. การสนับสนุนเครือจักรภพโลก (Supporting the World Commonwealth)
โครงสร้างหลักของโลกใหม่: ตามที่ท่านโชกิ เอฟเฟนดิ กล่าวไว้ว่า ระเบียบการบริหารกิจการบาไฮจะทำหน้าที่เป็น “แบบแผนและแก่นกลาง” ของ “เครือจักรภพโลก” ในอนาคต การมีธรรมสภาบาไฮแห่งชาติครบถ้วนในทุกประเทศจะทำให้โครงสร้างของระเบียบโลกใหม่สมบูรณ์ และพร้อมที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการประสานงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และกฎหมายระหว่างประเทศ
การส่งเสริมสันติภาพถาวร: ธรรมสภาบาไฮแห่งชาติแต่ละแห่งจะช่วยสนับสนุนนโยบายระดับโลกที่มุ่งสู่ ความมั่นคงร่วมกัน (Collective Security) และ สันติภาพถาวร (World Peace) โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรของชาติเพื่อความผาสุกของมวลมนุษยชาติ แทนที่จะใช้เพื่อสร้างความขัดแย้ง
กล่าวโดยสรุป การมีธรรมสภาบาไฮแห่งชาติในทุกประเทศจะเป็นการสร้าง โครงข่ายความร่วมมือระดับชาติ ที่ทำงานภายใต้หลักการทางจิตวิญญาณสากล ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการรวมชาติพันธุ์และเชื้อชาติทั้งหมดของโลกเข้าเป็นหนึ่งเดียวในท้ายที่สุด
“ศิลาฤกษ์ที่ระเบียบการบริหารกิจการนี้ตั้งมั่นอยู่คือพระประสงค์อันไม่เปลี่ยนแปลงของพระผู้เป็นเจ้าสำหรับมวลมนุษยชาติในยุคนี้ แหล่งกำเนิดที่ระเบียบการบริหารกิจการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมิใช่ใครอื่น นอกเสียจากท่านบาฮาอุลลาห์พระองค์เอง”
โชกิ เอฟเฟนดิ
สำรวจหัวข้อ