ธรรมลิขิตของพระบาฮาอุลลาห์

 
 
เนื่องจากโตราห์เป็นของชาวยิว พระคัมภีร์เป็นของคริสเตียน หรือคัมภีร์กุรอานเป็นของมุสลิม สาวกของพระองค์จึงถือว่างานเขียนที่รวบรวมไว้ของบาฮาอุลลาห์เป็นการเปิดเผยจากพระผู้เป็นเจ้า งานเขียนเหล่านี้เป็นรากฐานของศรัทธาบาไฮ
ตลอดหลายปีแห่งการลี้ภัยของพระองค์ บาฮาอุลลาห์ได้เปิดเผยข้อความต่างๆ มากกว่า 100 เล่ม ซึ่งรวมถึงคำสอนด้านสังคมและจริยธรรม คำอธิษฐาน กฎหมายและข้อบังคับ งานเขียนลึกลับ และการประกาศสารของพระองค์อย่างไม่เกรงกลัวต่อผู้ปกครองที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคของพระองค์ 

“จงให้ถ้อยคำและคำสอนอันรุ่งโรจน์ ซึ่งนำมาซึ่งสันติและสร้างความรักของพวกเขา ซึมซาบเข้าไปในดวงใจของท่าน…”

สมเด็จพระราชินีมารีแห่งโรมาเนีย

วิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่พระบาฮาอุลลาห์ทรงได้รับพระธรรมลิขิตและบทเขียนอันศักดิ์สิทธิ์จากพระผู้เป็นเจ้า

ด้านล่างนี้คือคำแนะนำเพื่อให้คุณสามารถเปิดคำบรรยาย (ซับไตเติล) เป็นภาษาไทยได้
โปรดรับชมวิดีโอจนถึงนาทีที่ 9:00 วิดีโอนี้จะทำให้เห็นชัดเจนว่าบทเขียนเหล่านี้มาจากพระผู้เป็นเจ้า  
หากต้องการเปิดคำบรรยายภาษาไทยในวิดีโอภาษาอังกฤษบน YouTube ให้คลิกที่ปุ่ม “CC” หรือ “Subtitles” แล้วเลือกภาษาไทย ถ้าไม่มีภาษาไทยในรายการ ให้เลือก “Auto-translate” และเลือกภาษาไทยขั้นตอนโดยละเอียด:
1. เปิดวิดีโอ:
เปิดวิดีโอภาษาอังกฤษที่คุณต้องการดูบน YouTube. 
2. คลิกปุ่ม “CC” หรือ “Subtitles”:
ปกติแล้วปุ่มนี้จะอยู่ที่แถบด้านล่างของวิดีโอ. 
3. เลือกภาษาไทย:
จากเมนูที่ปรากฏขึ้น ให้เลือก “ภาษาไทย”. 
4. หากไม่มีภาษาไทย:
หากภาษาไทยไม่ปรากฏในรายการ ให้เลือก “Auto-translate” และเลือก “ภาษาไทย”. 
5. ปรับการตั้งค่า (ถ้าต้องการ):คุณสามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ เช่น ขนาดตัวอักษร, สี, หรือพื้นหลังของคำบรรยายได้ตามต้องการ. 

ผลประโยชน์ของการอ่านพระนิพนธ์ของท่านบาฮาอุลลาห์ ต่อปัจเจกบุคคล มวลมนุษยชาติ และอนาคตของโลก


ผลประโยชน์ของการอ่านพระนิพนธ์ของท่านบาฮาอุลลาห์ ต่อปัจเจกบุคคล มวลมนุษยชาติ และอนาคตของโลก
การอ่านและไตร่ตรอง พระนิพนธ์ของท่านบาฮาอุลลาห์ (The Writings of Baháʼuʼlláh) เชื่อกันว่าจะก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างลึกซึ้งในสามมิติหลัก ได้แก่ ปัจเจกบุคคล มวลมนุษยชาติโดยรวม และ อนาคตของโลก
การอ่านพระนิพนธ์ถือเป็นรากฐานของการพัฒนาตนเองและจิตวิญญาณ ซึ่งปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในทุกคน
  • การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณ (Spiritual Transformation): ท่านบาฮาอุลลาห์ตรัสว่า: “จุดประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสัจจะเพียงหนึ่งเดียว ผู้ทรงเกริกไกรในพระเกียรติของพระองค์ ในการสำแดงพระองค์แก่มนุษย์ คือการเปิดเผย อัญมณีที่ซ่อนอยู่ในเหมืองแห่งสัจจะภายใน และในส่วนที่ลึกที่สุดของพวกเขาเอง” พระนิพนธ์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการค้นพบและขัดเกลาคุณสมบัติทางจิตวิญญาณที่มีมาแต่กำเนิดเหล่านี้
  • แนวทางสำหรับจิตวิญญาณ (Guidance for the Soul): พระนิพนธ์เป็นช่องทางโดยตรงสู่การชี้นำจากสวรรค์ ช่วยในการกลั่นกรองอุปนิสัย เอาชนะความท้าทาย และปรับชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับหลักการทางจิตวิญญาณอันเป็นนิรันดร์ เช่น ความสัตย์จริง ความน่าเชื่อถือ และ ความยุติธรรม
  • จุดมุ่งหมายและความหมาย (Purpose and Meaning): พระนิพนธ์สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความรู้สึกถึงจุดมุ่งหมายอันลึกซึ้ง ผลักดันให้ปัจเจกบุคคลมุ่งมั่นในการเติบโตทั้งทางจิตวิญญาณและสติปัญญา และอุทิศชีวิตเพื่อรับใช้มนุษยชาติ ดังที่ท่านอับดุลบาฮากล่าวไว้ว่า: “คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่การบริการและความดีงาม”
  • ความแน่วแน่และสันติสุข (Steadfastness and Peace): การอ่านและไตร่ตรอง พระวจนะที่ถูกประทานมา ซ้ำๆ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่มอบ สันติสุขภายใน ความเข้มแข็ง และ ความแน่วแน่ ในการเผชิญกับบททดสอบและความยากลำบากที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของโลก

II. ผลประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ (โดยรวม)

หลักการที่บรรจุอยู่ในพระนิพนธ์มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นรากฐานสำหรับ ระเบียบสังคมใหม่ที่เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของส่วนรวม
  • การตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียว (Recognition of Oneness): พระนิพนธ์ยืนยันอย่างหนักแน่นถึง ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ โดยมองว่าทุกคนคือ “ใบไม้ของต้นไม้ต้นเดียวกัน หยดน้ำของมหาสมุทรเดียวกัน” การอ่านพระนิพนธ์ช่วยให้ผู้คนละทิ้งอคติทางเชื้อชาติ ชนชั้น สัญชาติ และศาสนาที่สร้างความทุกข์ยากให้กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน
  • รากฐานสำหรับเอกภาพในความหลากหลาย (Foundation for Unity in Diversity): พระนิพนธ์มอบกรอบแนวคิดสำหรับ เอกภาพในความหลากหลาย โดยสนับสนุนหลักการต่างๆ เช่น ความกลมกลืนระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา ความเท่าเทียมกันของชายและหญิง และ การศึกษาถ้วนหน้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญสำหรับสันติภาพและความก้าวหน้าระดับโลก
  • แนวทางแก้ไขด้านศีลธรรมและปฏิบัติ (Moral and Practical Solutions): พระนิพนธ์ของท่านบาฮาอุลลาห์กล่าวถึงประเด็นทางสังคมที่ล้ำสมัย เช่น การขจัดความเหลื่อมล้ำสุดขั้วของความยากจนและความมั่งคั่ง โดยนำเสนอวิธีแก้ไขเฉพาะและมาตรฐานความประพฤติระดับสูงที่ทำหน้าที่เป็นแนวทางแบบบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาระดับโลกที่ดูเหมือนจะแก้ไขไม่ได้
  • พื้นฐานของการปรึกษาหารือ (Basis for Consultation): คำสอนส่งเสริมให้เกิดการ ปรึกษาหารือ ในระดับสูง โดยมอบเครื่องมือสำหรับการค้นพบความจริงและการตัดสินใจร่วมกันที่ปราศจากอัตตาและความเห็นแก่ตัว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างโครงสร้างชีวิตของชุมชน

III. ผลประโยชน์ต่ออนาคตของโลก

ผลประโยชน์สูงสุดของการอ่านและนำวิสัยทัศน์ของท่านบาฮาอุลลาห์ไปปฏิบัติ คือการตระหนักถึงโลกที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง
  • สันติภาพอันยิ่งใหญ่ที่สุด (The Most Great Peace): จุดประสงค์หลักของการเปิดเผยทั้งหมดคือการสถาปนาระบบ สันติภาพอันยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นระบบความมั่นคงร่วมกันและความยุติธรรมระดับโลกที่ “ความขัดแย้ง การวิวาท และการนองเลือด จะเปิดทางให้แก่สันติภาพ ความจริงใจ และความปรองดอง” พระนิพนธ์บรรจุพิมพ์เขียวที่แท้จริงสำหรับระเบียบโลกใหม่นี้
  • อารยธรรมที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง (An Ever-Advancing Civilization): โดยการสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคลและชี้นำการกระทำร่วมกัน พระนิพนธ์ขับเคลื่อนมนุษยชาติไปสู่ชะตากรรมร่วมกัน นั่นคือ การดำเนินการเพื่อ อารยธรรมที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมมิติทางวัตถุและจิตวิญญาณของชีวิตเข้าด้วยกัน
  • โลกที่เป็นหนึ่งเดียว (A World United): วิสัยทัศน์คือโลกจะกลายเป็น “ครอบครัวเดียวและเครือญาติเดียวกัน” โดยที่ประชาชาติทั้งหลาย “ผสมผสานและรวมกัน” จนความมืดมัวของความเกลียดชังถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างแห่งความรักจากสวรรค์
โดยสรุป การอ่านพระนิพนธ์ของท่านบาฮาอุลลาห์มอบ ความสามารถทางจิตวิญญาณ ให้ปัจเจกบุคคลได้เติบโต และมอบ กรอบความคิดทางปัญญา ให้มนุษยชาติสร้างสังคมโลกที่เป็นหนึ่งเดียวและรุ่งเรือง

พระวจนะเร้นลับภาคที่ 1 – ภาษาอาหรับ

พระองค์คือความรุ่งโรจน์ของความรุ่งโรจน์ทั้งหลาย

นี้คือวจนะที่ลงมาจากอาณาจักรแห่งความรุ่งโรจน์ที่ตรัสด้วยชิวหาแห่งอานุภาพและอำนาจ  และเคยเปิดเผยต่อศาสนทูตทั้งหลายในอดีต  เราได้นำสาระข้างในของวจนะเหล่านั้นมาสวมภูษาแห่งความรวบรัด  เป็นสัญลักษณ์แห่งกรุณาธิคุณต่อผู้ที่ชอบธรรม  เพื่อว่าพวกเขาจะได้ซื่อสัตย์ต่อพระปฏิญญาของพระผู้เป็นเจ้า  บรรลุสิ่งที่พระองค์ฝากไว้ในชีวิตของตน  และได้มาซึ่งมณีแห่งคุณความดีสวรรค์ในอาณาจักรของวิญญาณ

1
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
คำแนะนำประการแรกของเราคือ  จงมีหัวใจที่บริสุทธิ์  เมตตาและเบิกบาน  เพื่อว่าอธิปไตยบรมโบราณ  ไม่เสื่อมสูญและยั่งยืนนิรันดร์จะเป็นของเจ้า
2
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
สิ่งอันเป็นที่รักยิ่งที่สุดในสายตาของเราคือความยุติธรรม  อย่าหันหนีไปจากสิ่งนี้หากเจ้าปรารถนาเรา  และอย่าละเลยความยุติธรรม  เพื่อว่าเราจะไว้ใจเจ้า  ความยุติธรรมจะช่วยให้เจ้าเห็นด้วยตาของเจ้าเอง  ไม่ใช่โดยตาของผู้อื่น  และรู้ด้วยความรู้ของเจ้าเอง  ไม่ใช่โดยความรู้ของเพื่อนบ้าน  จงไตร่ตรองสิ่งนี้ในหัวใจ : เป็นความจำเป็นอย่างไรที่เจ้าจะต้องมีความยุติธรรม  แท้จริงแล้วความยุติธรรมคือของขวัญของเราสำหรับเจ้าและเครื่องหมายแห่งความเมตตารักใคร่ของเรา  ดังนั้นจงตั้งความยุติธรรมไว้เบื้องหน้าดวงตาของเจ้า
3
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
ด้วยถูกปกปิดอยู่ในสภาวะที่หาอดีตไม่ได้  และในอนันตกาลบรมโบราณของสาระของเรา  เรารู้ความรักของเราที่มีต่อเจ้า  ดังนั้นเราจึงสร้างเจ้าขึ้นมา  แกะสลักรูปของเราไว้ในตัวเจ้า  และเปิดเผยความงามของเราต่อเจ้า
4
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
เรารักการสร้างเจ้า  เราจึงสร้างเจ้าขึ้นมา  ดังนั้นจงรักเรา  เพื่อว่าเราจะได้ระบุชื่อของเจ้า  และเติมพลังชีวิตให้แก่วิญญาณของเจ้า
5
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
จงรักเรา  เพื่อว่าเราจะรักเจ้า  หากเจ้าไม่รักเรา  ความรักของเราจะไม่มีทางไปถึงเจ้า  ดูกร  คนรับใช้  จงรู้ไว้
6
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
สวรรค์ของเจ้าคือความรักของเรา  พิมานของเจ้าคือการกลับมาอยู่ร่วมกับเรา  จงเข้ามาในพิมานนี้และอย่าชักช้า  นี้คือสิ่งที่ลิขิตไว้สำหรับเจ้าในอาณาจักรเบื้องบนและอาณาเขตอันประเสริฐของเรา
7
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
หากเจ้ารักเรา  จงหันหนีจากตัวเจ้าเอง  หากเจ้าแสวงหาความยินดีของเรา  อย่าคำนึงถึงความยินดีของเจ้าเอง  เพื่อว่าเจ้าจะตายอยู่ในเรา  และเราจะมีชีวิตอยู่ในเจ้าชั่วนิรันดร์
8
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
ความสงบไม่มีสำหรับเจ้านอกจากโดยการสละตัวเจ้าเองและหันมาหาเรา  เพราะเป็นความจำเป็นที่เจ้าจะยินดีในพระนามของเรา  ไม่ใช่ในนามของเจ้าเอง  และเชื่อใจเรา  ไม่ใช่เชื่อใจเจ้าเอง  เนื่องด้วยเราต้องการเป็นที่รักเหนือสรรพสิ่งเพียงผู้เดียว
9
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
ความรักของเราคือที่มั่นของเรา  ผู้ที่เข้ามาจะปลอดภัยไร้กังวล  ผู้ที่หันหนีไปจะหลงทางและเสื่อมสูญอย่างแน่นอน
10
ดูกร  บุตรแห่งวาทะ!
เจ้าคือที่มั่นของเรา  จงเข้ามาในที่มั่นนี้  เพื่อว่าเจ้าจะอาศัยอยู่ในความปลอดภัย  ความรักของเราอยู่ในตัวเจ้า  จงรู้ไว้  เพื่อว่าเจ้าจะพบเราอยู่ใกล้กับเจ้า
11
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
เจ้าคือตะเกียงของเราและแสงของเราอยู่ในตัวเจ้า  จงเปล่งรัศมีด้วยแสงนี้และอย่าแสวงหาใครอื่นนอกจากเรา  เพราะเราสร้างเจ้าขึ้นมาอุดม  และหลั่งความโปรดปรานของเรามาให้เจ้าอย่างอารี
12
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
เราเนรมิตรเจ้าด้วยมือแห่งอานุภาพ  และสร้างเจ้าด้วยนิ้วแห่งพลัง  และใส่สาระแห่งแสงสว่างของเราไว้ในตัวเจ้า  จงพึงพอใจกับสิ่งนี้และอย่าแสวงหาสิ่งอื่นใด  เพราะงานของเราสมบูรณ์และบัญชาของเราผูกมัด  อย่าได้ตั้งคำถามหรือสงสัย
13
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
เราสร้างเจ้าขึ้นมาร่ำรวย  ไฉนพาตัวเจ้าเองลงมาสู่ความยากจน?  เราเนรมิตเจ้าขึ้นมาประเสริฐ  เพื่อให้เจ้าทำตัวเองให้ต่ำลงหรือ?  เราให้เจ้ากำเนิดขึ้นมาจากสาระแห่งความรู้  ไฉนเจ้าแสวงหาความรู้แจ้งจากผู้อื่นนอกจากเรา?  เราปั้นเจ้าขึ้นมาจากดินแห่งความรัก  เจ้าสาละวนอยู่กับผู้อื่นได้อย่างไร?  จงหันมามองตัวเจ้าเอง  เพื่อว่าเจ้าจะพบเรายืนอยู่ในตัวเจ้า  อย่างทรงอำนาจ  ทรงอานุภาพและดำรงอยู่ด้วยตนเอง
14
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
เจ้าคืออาณาจักรของเรา  และอาณาจักรของเราไม่เสื่อมสูญ  ไฉนเจ้ากลัวการเสื่อมสูญ?  เจ้าคือแสงสว่างของเรา  และแสงสว่างของเราไม่มีวันดับ  ไฉนเจ้ากลัวการดับสูญ?  เจ้าคือความรุ่งโรจน์ของเรา  และความรุ่งโรจน์ของเราไม่มีเลือน  เจ้าคือเสื้อคลุมของเรา  และเสื้อคลุมของเราจะไม่มีวันเก่า  เช่นนั้นจงอาศัยอยู่ในความรักของเจ้าที่มีต่อเรา  เพื่อว่าเจ้าจะได้พบเราในอาณาจักรแห่งความรุ่งโรจน์
15
ดูกร  บุตรแห่งวาทะ!
จงหันหน้ามาหาเรา  และสละทุกสิ่งนอกจากเรา  เพราะอธิปไตยของเรายืนยง  และอาณาจักรของเราไม่เสื่อมสูญ  หากเจ้าแสวงหาสิ่งอื่นนอกจากเรา  ใช่แล้ว  หากเจ้าค้นหาจักรวาลไปตลอดกาล  การแสวงหาของเจ้าก็จะไร้ประโยชน์
16
ดูกร  บุตรแห่งแสงสว่าง!
จงลืมทุกสิ่งนอกจากเรา  และสนทนากับวิญญาณของเรา  นี้คือสาระของบัญชาของเรา  จงหันมาหา
17
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงพึงพอใจกับเรา  และอย่าแสวงหาผู้ช่วยเหลืออื่นใด  เพราะไม่มีใครนอกจากเราที่เพียงพอสำหรับเจ้าได้ตลอดไป
18
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
อย่าขอสิ่งที่เราไม่ปรารถนาสำหรับเจ้า  เช่นนั้นจงพอใจกับสิ่งที่เราลิขิตไว้เพื่อเห็นแก่เจ้า  เพราะนี้คือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหากเจ้าพอใจกับสิ่งนี้
19
ดูกร  บุตรแห่งจินตภาพอัศจรรย์!
เราหายใจพระวิญญาณของเราเองเข้าไปในตัวเจ้า  เพื่อว่าเจ้าจะได้เป็นคนรักของเรา  ไฉนเจ้าละทิ้งเราไปและแสวงหาผู้เป็นที่รักยิ่งอื่นนอกจากเรา?
20
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
สิทธิ์ของเราในตัวเจ้านั้นยิ่งใหญ่ซึ่งลืมไม่ได้  กรุณาธิคุณของเราต่อเจ้านั้นเหลือล้นซึ่งซ่อนไว้ไม่ได้  ความรักของเราสร้างเรือนอยู่ในตัวเจ้าซึ่งปกปิดไม่ได้  แสงสว่างของเราเป็นที่เห็นชัดต่อเจ้าซึ่งบดบังไม่ได้
21
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
บนต้นไม้แห่งความรุ่งโรจน์สว่างไสว  เราแขวนผลไม้ชั้นเยี่ยมไว้สำหรับเจ้า  ไฉนเจ้าหันหนีไปและพึงพอใจกับสิ่งที่ดีน้อยกว่า?  เช่นนั้นจงกลับมาหาสิ่งที่ดีกว่าสำหรับเจ้าในอาณาจักรเบื้องบน
22
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
เราสร้างเจ้าขึ้นมาประเสริฐ  กระนั้นเจ้าทำตัวเองให้ต่ำลง  เช่นนั้นจงลุกขึ้นมาสู่จุดหมายที่เจ้าถูกสร้างขึ้นมา
23
ดูกร  บุตรแห่งอันติมะ!
เราเรียกเจ้ามาสู่ความเป็นนิรันดร์  กระนั้นเจ้าแสวงหาสิ่งที่จะต้องเสื่อมสูญ  อะไรทำให้เจ้าหันหนีไปจากความปรารถนาของเรา  และแสวงหาความปรารถนาของเจ้าเอง?
24
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
อย่าก้าวล่วงขอบเขตของเจ้า  หรืออ้างสิ่งที่ไม่เหมาะกับเจ้า  จงหมอบลง ณ เบื้องหน้าของพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า  พระผู้เป็นนายแห่งอำนาจและอานุภาพ
25
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
อย่าโอ้อวดตัวเองเหนือคนยากไร้  เพราะเรานำทางเขาอยู่บนหนทางของเขา  และเห็นเจ้าตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย  และเราจะทำให้เจ้างงงันตลอดไป
26
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
เจ้าลืมข้อบกพร่องของเจ้าเอง  และสาละวนอยู่กับข้อบกพร่องของผู้อื่นได้อย่างไร?  ใครที่ทำเช่นนี้จะถูกคำสาปของเรา
27
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
อย่าเอ่ยถึงบาปของผู้อื่นตราบใดที่เจ้าเองก็เป็นคนบาป  หากเจ้าละเมิดคำบัญชานี้  เจ้าจะถูกสาป  และเราเป็นพยานต่อสิ่งนี้
28
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
จงรู้ความจริงไว้ว่า : ผู้ที่สั่งคนอื่นให้มีความยุติธรรม  แต่ตนเองกระทำสิ่งที่ไม่ยุติธรรม  ไม่ใช่เป็นคนของเราถึงแม้ว่าเขาแสดงพระนามของเรา
29
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
อย่าอ้างไปที่ผู้ใดในสิ่งที่เจ้าจะไม่อ้างมาที่ตนเอง  และอย่าพูดสิ่งที่เจ้าไม่ได้ทำ  นี้คือคำบัญชาของเราต่อเจ้า  จงถือปฏิบัติ
30
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
อย่าปฏิเสธคนรับใช้ของเราหากเขาขอสิ่งใดจากเจ้า  เพราะใบหน้าของเขาคือใบหน้าของเรา  เช่นนั้นจงละอายใจต่อหน้าเรา
31
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
จงสำรวจดูตัวเจ้าเองแต่ละวันก่อนที่เจ้าจะถูกเรียกตัวไปคิดบัญชี  เพราะความตายจะมาถึงเจ้าโดยไม่บอกล่วงหน้า  และเจ้าจะถูกเรียกไปชี้แจงเหตุผลสำหรับการกระทำทั้งหลายของเจ้า
32
ดูกร  บุตรแห่งอันติมะ!
เราให้ความตายเป็นผู้นำข่าวความเบิกบานมาให้เจ้า  เหตุไฉนเจ้าจึงเศร้าโศก?  เราให้แสงสว่างสาดความเจิดจ้ามายังเจ้า  เหตุไฉนเจ้าจึงซ่อนตัวเองจากแสงนั้น?
33
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
เราแซ่ซ้องเจ้าด้วยข่าวที่น่าเบิกบานของแสงสว่าง  จงปีติยินดี!  เราเรียกตัวเจ้ามายังราชสำนักแห่งความพิสุทธิ์  จงอาศัยอยู่ที่นั่น  เพื่อว่าเจ้ามีชีวิตอย่างสงบจากนี้ไปชั่วนิรันดร์
34
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
วิญญาณแห่งความวิสุทธิ์นำข่าวที่น่าเบิกบานของการกลับมาอยู่ร่วมกันมาให้เจ้า  ไฉนเจ้าจึงเศร้าโศก?  วิญญาณแห่งอานุภาพรับเจ้าเข้ามาในศาสนาของพระองค์  ไฉนเจ้าจึงซ่อนตัวเอง?  แสงสว่างจากพระพักตร์ของพระองค์นำทางเจ้า  เจ้าหลงทางได้อย่างไร?
35
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
อย่าได้เศร้านอกเสียจากว่าเจ้าอยู่ไกลจากเรา  อย่าปีติยินดีนอกเสียจากว่าเจ้ากำลังใกล้เข้ามาและกลับมาหาเรา
36
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงปีติยินดีในความเบิกบานของหัวใจของเจ้า  เพื่อว่าเจ้าจะคู่ควรต่อการพบเราและสะท้อนความงามของเรา
37
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
อย่าถอดเสื้อคลุมที่งดงามของเราออกจากตัวเจ้า  และอย่าได้เสียส่วนแบ่งของเจ้าจากน้ำพุอัศจรรย์ของเรา  เพื่อว่าเจ้าจะไม่กระหายตลอดไป
38
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
จงดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติของเราเพื่อความรักของเรา  และปฏิเสธสิ่งที่เจ้าปรารถนาหากเจ้าแสวงหาความยินดีของเรา
39
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
อย่าละเลยคำบัญชาของเราหากเจ้ารักความงามของเรา  และอย่าลืมคำแนะนำของเราหากเจ้าอยากบรรลุถึงความยินดีของเรา
40
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
ต่อให้เจ้าผ่านความไพศาลของอวกาศอย่างรวดเร็ว  และเดินทางข้ามความกว้างใหญ่ของนภา  เจ้าก็หาความสงบไม่ได้  นอกจากในการยอมจำนนต่อบัญชาของเรา  และถ่อมตัวต่อหน้าเรา
41
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงสดุดีศาสนาของเรา  เพื่อว่าเราจะเปิดเผยความลึกลับของความยิ่งใหญ่ของเราต่อเจ้า  และส่องแสงแห่งนิรันดรกาลมายังเจ้า
42
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงถ่อมตัวต่อหน้าเรา  เพื่อว่าเราจะมาเยี่ยมเจ้าด้วยความกรุณา  จงลุกขึ้นเพื่อชัยชนะของศาสนาของเรา  เพื่อว่าเจ้าจะได้ชัยชนะขณะที่ยังอยู่บนพิภพ
43
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
จงกล่าวถึงเราบนพิภพของเรา  เพื่อว่าในสวรรค์ของเรา  เราจะจดจำเจ้า  ดังนี้ดวงตาของเราและเจ้าจะผ่อนคลาย
44
ดูกร  บุตรแห่งบัลลังก์!
การได้ยินของเจ้าคือการได้ยินของเรา  จงฟังด้วยการได้ยินนี้  การมองเห็นของเจ้าคือการมองเห็นของเรา  จงมองด้วยการมองเห็นนี้  เพื่อว่าในวิญญาณส่วนลึกที่สุดของเจ้า  เจ้าจะให้การยืนยันความพิสุทธิ์ที่ประเสริฐของเรา  และภายในตัวเราเอง  เราจะเป็นพยานต่อสถานะที่ประเสริฐสำหรับเจ้า
45
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
จงแสวงหาความตายของผู้สละชีวิตในหนทางของเรา  พึงพอใจกับความยินดีของเราและขอบคุณสำหรับสิ่งที่เราลิขิต  เพื่อว่าเจ้าจะได้นอนพักอยู่กับเราภายใต้ฟากฟ้าแห่งราชศักดาหลังธรรมวิหารแห่งความรุ่งโรจน์
46
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงไตร่ตรองและใคร่ครวญ  เจ้าปรารถนาจะตายบนเตียงของเจ้า  หรือหลั่งเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเจ้าบนธุลี  เป็นผู้สละชีวิตในหนทางของเรา  และดังนั้นกลายเป็นผู้สำแดงบัญชาของเราและผู้เปิดเผยแสงสว่างของเราในพิมานชั้นสูงสุด?  ดูกร  คนรับใช้!  จงชั่งใจให้ดี
47
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
ความงามของเราเป็นพยาน!  ในสายตาของเรานั้นการแต้มเส้นผมของเจ้าด้วยเลือดของเจ้า  ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างจักรวาลและแสงสว่างของทั้งสองภพ  ดูกร  คนรับใช้!  เช่นนั้นจงพยายามบรรลุถึงสิ่งนี้
48
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
สำหรับทุกสิ่งมีเครื่องหมาย  เครื่องหมายแห่งความรักคือความแกร่งกล้าภายใต้โองการของเรา  และความอดทนภายใต้บททดสอบของเรา
49
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
คนรักที่แท้โหยหาความทุกข์ทรมาน  ดังเช่นกบฏโหยหาการอภัยและคนบาปโหยหาความปรานี
50
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
หากความทุกข์ทรมานไม่บังเกิดกับเจ้าในหนทางของเรา  เจ้าจะเดินในหนทางของพวกที่พึงพอใจกับความยินดีของเราได้อย่างไร?  หากในความปรารถนาของเจ้าที่จะพบเรา  ไม่มีบททดสอบมาทรมานเจ้า  เจ้าจะมาถึงแสงสว่างในความรักของเจ้าที่มีต่อความงามของเราอย่างไร?
51
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
ความหายนะของเราคือการบริบาลของเรา  แม้ดูภายนอกจะเป็นไฟและความพยาบาท  แต่ภายในนั้นคือแสงสว่างและความปรานี  จงรีบไปหา  เพื่อว่าเจ้าจะกลายเป็นแสงสว่างนิรันดร์และวิญญาณอมตะ  นี้คือบัญชาของเราต่อเจ้า  จงถือปฏิบัติ
52
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
หากความรุ่งเรืองบังเกิดกับเจ้า  อย่าปีติยินดี  และหากความตกต่ำมาถึงเจ้า  อย่าเศร้าโศก  เพราะทั้งสองจะผ่านหายไปและไม่มีเหลือ
53
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
หากความยากจนมาถึงเจ้า  อย่าได้เศร้า  เพราะว่าเมื่อถึงเวลาพระผู้เป็นนายแห่งความมั่งคั่งจะมาเยือนเจ้า  อย่ากลัวความตกต่ำ  เพราะวันหนึ่งความรุ่งเรืองจะมาอยู่กับเจ้า
54
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
หากหัวใจของเจ้าใฝ่หาอาณาจักรนิรันดร์ที่ไม่เสื่อมสูญนี้  และชีวิตนิรันดร์บรมโบราณนี้  จงละทิ้งอธิปไตยที่ชั่วแล่นและต้องมลายนี้
55
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
อย่าสาละวนอยู่กับโลกนี้  เพราะเราทดสอบทองด้วยไฟ  และทดสอบคนรับใช้ของเราด้วยทอง
56
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
เจ้าปรารถนาทองแต่เราปรารถนาให้เจ้าเป็นอิสระจากทอง  เจ้าคิดว่าตัวเองร่ำรวยเมื่อมีทอง  แต่เรามองเห็นความมั่งคั่งของเจ้าในความพิสุทธิ์หลุดพ้นจากทอง  ชีวิตของเราเป็นพยาน!  นี้คือความรู้ของเราและนั่นคือความฟุ้งซ่านของเจ้า  ทางของเราจะไปกับเจ้าได้อย่างไร?
57
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงให้ความมั่งคั่งของเราแก่คนยากไร้ของเรา  เพื่อว่าในสวรรค์เจ้าจะได้จากคลังแห่งความอำไพที่ไม่รู้เลือนและขุมทรัพย์แห่งความรุ่งโรจน์ที่ไม่เสื่อมสูญ  แต่ชีวิตของเราเป็นพยาน!  การถวายวิญญาณของเจ้าเป็นสิ่งที่รุ่งโรจน์กว่าหากเจ้าสามารถเพียงแต่เห็นด้วยตาของเรา
58
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
ธรรมวิหารของชีวิตคือบัลลังก์ของเรา  จงชำระให้ปลอดจากทุกสิ่ง  เพื่อว่าเราจะได้มาสถิตและอาศัยอยู่ที่นั่น
59
ดูกร  บุตรแห่งชีวิต!
หัวใจของเจ้าคือบ้านของเรา  จงชำระให้บริสุทธิ์เพื่อให้เราลงไป  วิญญาณของเจ้าคือสถานที่สำหรับการเปิดเผยเรา  จงชำระให้สะอาดเพื่อการสำแดงเรา
60
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงวางมือของเจ้าไว้ในอ้อมอกของเรา  เพื่อว่าเราจะขึ้นมาอยู่เหนือเจ้าอย่างเรืองรองและสว่างไสว
61
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงขึ้นมาบนสวรรค์ของเรา  เพื่อว่าเจ้าจะได้รับความเบิกบานของการกลับมาอยู่ร่วมกัน  และดื่มอมฤตที่ไม่มีเปรียบปานจากถ้วยแห่งความรุ่งโรจน์ที่ไม่เสื่อมสูญ
62
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
หลายต่อหลายวันผ่านไป  ขณะที่เจ้าสาละวนอยู่กับความฟุ้งซ่านและจินตนาการที่เหลวไหลของเจ้า  เจ้าจะหลับอยู่บนเตียงของเจ้าไปอีกนานเท่าไร?  จงยกศีรษะขึ้นมาจากการหลับ  เพราะดวงอาทิตย์ขึ้นมาถึงเที่ยงวันแล้ว  และอาจส่องแสงอำไพมายังเจ้า
63
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
แสงสว่างจากขอบฟ้าบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ส่องมายังเจ้าแล้ว  และวิญญาณแห่งความรู้แจ้งหายใจอยู่ในไซนายแห่งหัวใจของเจ้าแล้ว  ดังนั้นจงหลุดพ้นจากม่านแห่งความฟุ้งซ่านอันเหลวไหล  และเข้ามาในราชสำนักของเรา  เพื่อว่าเจ้าจะเหมาะสำหรับชีวิตนิรันดร์และคู่ควรกับการพบเรา  ดังนี้ความตายจะไม่มาหาเจ้า  ฤความเหนื่อยอ่อนหรือความยุ่งยาก
64
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
นิรันดรกาลของเราคือการสร้างของเรา  เราได้สร้างขึ้นมาเพื่อเจ้า  จงให้นิรัดรกาลเป็นภูษาของธรรมวิหารของเจ้า  เอกภาพของเราคืองานหัตถกรรมของเรา  เราได้ทำขึ้นมาสำหรับเจ้า  จงสวมใส่เอกภาพของเรา  เพื่อว่าเจ้าจะได้เป็นผู้เปิดเผยสภาวะนิรันดร์ของเราตลอดนิรันดรกาล
65
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
ราชศักดาของเราคือของขวัญของเราสำหรับเจ้า  และความโอฬารของเราคือสัญลักษณ์แห่งความปรานีของเราต่อเจ้า  สิ่งที่เหมาะสมกับเรานั้นไม่มีใครเข้าใจหรือคนใดจะเล่าได้  แท้จริงแล้วเราเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้ในสถานที่เก็บรักษาซ่อนเร้นและในคลังแห่งบัญชาของเรา  เสมือนเป็นเครื่องหมายแห่งความเมตตารักใคร่ของเราต่อคนรับใช้และความปรานีของเราต่อประชาชน
66
ดูกร  บุตรหลานของพระผู้เป็นเจ้าและสาระที่มองไม่เห็น!
พวกเจ้าจะถูกขัดขวางไม่ให้รักเรา  และวิญญาณทั้งหลายจะวุ่นวายใจขณะที่พวกเขากล่าวถึงเรา  เพราะปัญญาไม่สามารถเข้าใจเรา  และหัวใจไม่สามารถบรรจุเรา
67
ดูกร  บุตรแห่งความงาม!
วิญญาณและความโปรดปรานของเราเป็นพยาน!  ความปรานีและความงามของเราเป็นพยาน!  ทั้งหมดที่เราเปิดเผยต่อเจ้าด้วยชิวหาแห่งอานุภาพ  และลิขิตสำหรับเจ้าด้วยปากกาแห่งอำนาจ  เป็นไปตามความสามารถและความเข้าใจของเจ้า  ไม่ใช่ตามสภาวะและทำนองเพลงของสุรเสียงของเรา
68
ดูกร  บุตรหลานแห่งมนุษย์!
พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าทำไมเราสร้างเจ้าทั้งหมดขึ้นมาจากธุลีเดียวกัน?  เพื่อว่าจะไม่มีใครยกตัวเองเหนือผู้อื่น  จงไตร่ตรองด้วยหัวใจในทุกเวลาว่าพวกเจ้าถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร  เนื่องด้วยเราสร้างเจ้าทั้งหมดขึ้นมาจากสสารเดียวกัน  เป็นหน้าที่ของเจ้าที่จะเป็นราวกับวิญญาณดวงเดียวกัน  เดินด้วยเท้าเดียวกัน  ทานด้วยปากเดียวกัน  และอาศัยอยู่ในดินแดนเดียวกัน  เพื่อว่าโดยสิ่งที่เจ้าทำและการกระทำของเจ้า  เครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งและสาระแห่งการปล่อยวาง  จะถูกแสดงให้เห็นชัดจากชีวิตส่วนลึกที่สุดของเจ้า  ดูกร  มวลชนแห่งแสงสว่าง!  ดังกล่าวนี้คือคำแนะนำของเราต่อเจ้า  จงเอาใจใส่คำแนะนำนี้  เพื่อว่าเจ้าจะได้ผลไม้แห่งความวิสุทธิ์จากต้นไม้แห่งความรุ่งโรจน์อัศจรรย์
69
ดูกร  พวกเจ้าบุตรแห่งวิญญาณ!
พวกเจ้าคือคลังของเรา  เพราะในตัวเจ้าเราได้ถนอมไข่มุกแห่งความลึกลับและมณีแห่งความรู้ของเรา  จงพิทักษ์รักษาสิ่งเหล่านี้ให้พ้นจากคนแปลกหน้าท่ามกลางคนรับใช้ของเรา  และคนไร้ศีลธรรมในหมู่ประชาชนของเรา
70
ดูกร  บุตรของผู้ที่ยืนเคียงข้างตนเองในอาณาจักรแห่งอัตตาของตน!
จงรู้ไว้ว่า  เราได้โชยสุคนธรสแห่งความวิสุทธิ์ทั้งหมดมายังเจ้า  ได้เปิดเผยวจนะของเราอย่างบริบูรณ์ต่อเจ้า  ทำให้ความอารีของเราสมบูรณ์ผ่านทางเจ้า  และปรารถนาสำหรับเจ้าในสิ่งที่เราปรารถนาสำหรับตัวเอง  เช่นนั้นจงพึงพอใจกับความยินดีของเราและขอบคุณเรา
71
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จงเขียนทุกสิ่งที่เราเปิดเผยต่อเจ้าด้วยน้ำหมึกแห่งแสงสว่างบนธรรมจารึกแห่งวิญญาณของเจ้า  หากสิ่งนี้ไม่อยู่ในวิสัยที่เจ้าจะทำได้  จงทำน้ำหมึกของเจ้าจากสาระของหัวใจของเจ้า  หากเจ้าไม่สามารถทำสิ่งนี้  จงเขียนด้วยหมึกแดงเข้มที่หลั่งในหนทางของเรา  ที่จริงแล้วสิ่งนี้หวานกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดสำหรับเรา  อย่างที่แสงสว่างของการกระทำนี้จะยืนยงชั่วนิรันดร์

พระวจนะเร้นลับ

ภาคที่ 2 –  ภาษาเปอร์เซีย
 

ในนามของพระผู้เป็นนายแห่งวาทะ  พระผู้ทรงอำนาจ
1
ดูกร  พวกเจ้าประชาชนผู้มีปัญญาที่จะรู้และหูที่จะฟัง!
เสียงร้องเรียกแรกของพระผู้เป็นที่รักยิ่งคือ : ดูกร  นกไนติงเกลลี้ลับ!  อย่าอาศัยอยู่ที่ใดนอกจากในสวนกุหลาบแห่งจิตวิญญาณ  ดูกร  ผู้นำข่าวของโซโลมอนแห่งความรัก!  อย่าแสวงหาที่กำบังใดเว้นแต่ในชีบาของผู้เป็นที่รักยิ่ง  และดูกร  นกฟีนิกซ์ที่ไม่รู้จักตาย!  อย่าอาศัยอยู่ที่ใดนอกจากบนภูเขาแห่งความซื่อสัตย์  นั่นคือที่อยู่อาศัยของเจ้า  หากเจ้าเหินด้วยปีกของวิญญาณของเจ้าขึ้นไปสู่อาณาจักรที่ไม่มีสิ้นสุด  และหาทางบรรลุเป้าหมายของเจ้า
2
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
วิหคแสวงหารัง  นกไนติงเกลแสวงหาเสน่ห์ของดอกกุหลาบ  ขณะที่วิหคเหล่านั้นนั่นคือหัวใจของมนุษย์  ซึ่งพึงพอใจกับธุลีที่ไม่จีรัง  ได้หลงทางไปไกลจากรังนิรันดร์ของตน  และด้วยดวงตาหันไปมองปลักแห่งความไม่เอาใจใส่  จึงไม่ได้รับความรุ่งโรจน์ของที่สถิตของพระผู้เป็นเจ้า  อนิจจา!  ช่างแปลกและน่าสงสารเพียงไร  เพียงเพื่อน้ำหนึ่งถ้วย  พวกเขาได้หันหนีไปจากทะเลที่สาดซัดคลื่นของพระผู้ทรงความสูงส่งที่สุด  และยังคงอยู่ห่างไกลจากขอบฟ้าที่สว่างไสวที่สุด
3
ดูกร  มิตรสหาย!
ในอุทยานแห่งหัวใจของเจ้า  อย่าได้ปลูกสิ่งใดนอกจากดอกกุหลาบแห่งความรัก  และอย่าคลายมือของเจ้าที่กำนกไนติงเกลแห่งเสน่หาและความปรารถนาไว้  จงถนอมมิตรภาพกับผู้ที่ชอบธรรม  และหลีกหนีการคบหาทั้งหมดกับผู้ไร้ศีลธรรม
4
ดูกร  บุตรแห่งความยุติธรรม!
คนรักจะไปที่ไหนได้นอกจากดินแดนของผู้เป็นที่รักยิ่งของเขา?  และผู้แสวงหาคนใดจะพักใจได้เมื่อไม่ได้อยู่กับยอดปรารถนาของหัวใจของเขา?  สำหรับคนรักที่แท้  การกลับมาอยู่ร่วมกันคือชีวิต  และการพรากจากกันคือความตาย  อุราของเขาปราศจากความอดทน  และหัวใจของเขาไม่มีความสงบ  ชีวิตสุดคณานับเขาก็ละทิ้งได้เพื่อรีบไปยังที่พักอาศัยของผู้เป็นที่รักยิ่งของเขา
5
ดูกร  บุตรแห่งธุลี!
แท้จริงแล้วเรากล่าวต่อเจ้าว่า : ในบรรดามนุษย์ทั้งหมดผู้ที่ไม่เอาใจใส่ที่สุดคือ  ผู้ที่โต้แย้งอย่างไร้เหลวไหลและหาทางเกินหน้าพี่น้องของตน  ดูกร  ภราดรทั้งหลาย!  จงกล่าวว่า  ขอให้การกระทำมิใช่คำพูด  เป็นเครื่องประดับของเจ้า
6
ดูกร  บุตรแห่งพิภพ!
แท้จริงแล้วจงรู้ไว้ว่า  หัวใจที่ยังมีเศษน้อยที่สุดของความริษยาค้างคาอยู่  จะไม่มีวันมาถึงอาณาจักรนิรันดร์ของเรา  ฤสูดสุคนธรสแห่งความวิสุทธิ์ที่หายใจมาจากราชอาณาจักรแห่งความพิสุทธิ์ของเรา
7
ดูกร  บุตรแห่งความรัก!
เจ้าอยู่เพียงหนึ่งก้าวจากยอดสุดที่รุ่งโรจน์เบื้องบนและจากพฤกษาสวรรค์แห่งความรัก  จงย่างเท้าไปหนึ่งก้าว  และด้วยก้าวต่อไปจงคืบหน้าเข้าไปไนอาณาจักรที่ไม่รู้สิ้น  แล้วเข้าไปในปะรำแห่งนิรันดรกาล  เช่นนั้นจงเงี่ยหูฟังสิ่งที่เปิดเผยไว้โดยปากกาแห่งความรุ่งโรจน์
8
ดูกร  บุตรแห่งความรุ่งโรจน์!
จงฉับไวในหนทางแห่งความวิสุทธิ์  และเข้ามาในสวรรค์แห่งการสนทนากับเรา  จงชำระหัวใจของเจ้าด้วยการขัดเงาของจิตวิญญาณ  และรีบไปยังราชสำนักของพระผู้ทรงความสูงส่งที่สุด
9
ดูกร  เงาที่ชั่วแล่น!
จงเลยผ่านขั้นที่ต่ำกว่าแห่งความสงสัย  แล้วขึ้นไปสู่ยอดสุดที่ประเสริฐแห่งความแน่ใจ  จงเปิดตาแห่งสัจธรรม  เพื่อว่าเจ้าจะได้เห็นความงามที่ไร้ม่านคลุมและอุทานว่า : ขอความวิสุทธิ์จงมีแด่พระผู้เป็นนาย  พระผู้สร้างที่เลิศที่สุด
10
ดูกร  บุตรแห่งกิเลส!
จงเงี่ยหูฟังสิ่งนี้ : ดวงตาที่ป็นสังขารจะไม่มีวันมองเห็นความงามนิรันดร์  และหัวใจที่ไร้ชีวิตจะไม่ปีติในสิ่งใดนอกจากดอกไม้ที่เหี่ยวแห้ง  เพราะคนเราแสวงหาผู้ที่คล้ายกัน  และยินดีต่อการอยู่ร่วมกับประเภทเดียวกัน
11
ดูกร  บุตรแห่งธุลี!
จงทำตาของเจ้าให้บอด  เพื่อเจ้าจะได้เห็นความงามของเรา  จงปิดหูของเจ้า  เพื่อเจ้าจะได้เงี่ยหูฟังทำนองเสนาะของเสียงของเรา  จงทำตัวเจ้าเองให้ว่างเปล่าจากวิชาทั้งปวง  เพื่อเจ้าจะได้รับความรู้ของเรา  และจงทำให้ตัวเจ้าเองพิสุทธิ์พ้นจากความร่ำรวย  เพื่อเจ้าจะได้ส่วนแบ่งที่ยั่งยืนจากมหาสมุทรแห่งความมั่งคั่งนิรันดร์ของเรา  จงทำตาของเจ้าให้บอด  นั่นคือ  ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความงามของเรา  จงปิดหูของเจ้าไม่ให้ฟังสิ่งใดนอกจากวจนะของเรา  จงทำตัวเจ้าเองให้ว่างเปล่าจากวิชาทั้งปวงนอกจากความรู้ของเรา  เพื่อว่าด้วยการมองเห็นที่แจ่มชัด  หัวใจที่บริสุทธิ์  และหูที่สดับตรับฟัง  เจ้าจะได้เข้ามาในราชสำนักแห่งความวิสุทธิ์ของเรา
12
ดูกร  มนุษย์ผู้มีสองตา!
จงปิดตาหนึ่งและเปิดอีกตาหนึ่ง  จงปิดตาที่มองโลกและทุกสิ่งที่อยู่ในโลก  และเปิดอีกตาหนึ่งดูความงามที่วิสุทธิ์ของพระผู้เป็นที่รักยิ่ง
13
ดูกร  บุตรหลานของเรา!
เรากลัวว่า  หากถูกพรากจากทำนองเพลงของนกพิราบสวรรค์  เจ้าจะจมลงไปในเงามืดแห่งความราพณาสูร  และยังไม่เคยได้พิศดูความงามของดอกกุหลาบ  เจ้าก็กลับไปสู่น้ำและดิน
14
ดูกร  มิตรสหายทั้งหลาย!
อย่าละทิ้งความงามนิรันดร์เพื่อความงามที่จะต้องตาย  และอย่ามีเสน่หาต่อโลกธุลีที่เป็นสังขารนี้
15
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
เวลานั้นมาถึง  คือเวลาที่นกไนติงเกลแห่งความวิสุทธิ์จะไม่ได้คลี่ความลึกลับข้างในออกมาอีกต่อไป  และพวกเจ้าทุกคนจะถูกพรากจากทำนองเพลงสวรรค์และสุรเสียงจากเบื้องบน
16
ดูกร  สาระแห่งความไม่เอาใจใส่!
ชิวหาลี้ลับสุดคณานับเอ่ยวาทะในวจีเดียว  และความลึกลับสุดคณานับที่ซ่อนเร้นอยู่ถูกเปิดเผยออกมาในทำนองเพลงเดียว  กระนั้นอนิจจา  ไม่มีหูที่จะฟังหรือหัวใจที่จะเข้าใจ
17
ดูกร  สหายทั้งหลาย!
ประตูที่เปิดสู่อาณาจักรที่ไร้สถานที่เปิดกว้างอยู่  และที่อยู่อาศัยของผู้เป็นที่รักประดับด้วยเลือดของคนรัก  กระนั้นทั้งหมดยกเว้นไม่กี่คนถูกพรากจากนครสวรรค์นี้  และแม้แต่ในไม่กี่คนนี้  มีเพียงหยิบมือที่เล็กที่สุดที่พบว่ามีหัวใจบริสุทธิ์และวิญญาณที่วิสุทธิ์
18
ดูกร  พวกเจ้าผู้ที่อาศัยอยู่ในพิมานชั้นสูงสุด!
จงประกาศต่อบุตรหลานแห่งความมั่นใจว่า  ภายในอาณาจักรแห่งความวิสุทธิ์  ใกล้กับพิมานบนนภา  อุทยานใหม่ได้ปรากฏขึ้น  ซึ่งผู้ที่อยู่ในอาณาจักรเบื้องบนและผู้อาศัยที่ไม่รู้จักตายในพิมานอันประเสริฐมาเวียนรอบ  ดังนั้นจงพยายามเพื่อว่าเจ้าจะบรรลุถึงสถานะนั้น  เพื่อว่าเจ้าจะได้ไขความลึกลับของความรักจากดอกไม้ในอุทยานนั้น  และเรียนรู้ความลับของอัจฉริยภาพสวรรค์ขั้นสูงสุดจากผลไม้นิรันดร์ในอุทยานดังกล่าว  ดวงตาของพวกที่เข้ามาและอาศัยอยู่ในอุทยานนี้จะผ่อนคลาย
19
ดูกร  มิตรสหายของเรา!
พวกเจ้าลืมรุ่งอรุณที่สว่างไสวนั้นแล้วหรือ  ในบริเวณแวดล้อมที่วิสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้ารวมตัวกันต่อหน้าเรา  ภายใต้ร่มเงาของพฤกษาแห่งชีวิตที่ปลูกไว้ในพิมานอันรุ่งโรจน์?  พวกเจ้าฟังอย่างพรั่นพรึงขณะที่เราเอ่ยสามวาทะศักดิ์สิทธิ์ที่สุดนี้ : ดูกร  มิตรสหาย!  อย่าถือความประสงค์ของเจ้ามาก่อนของเรา  อย่าปรารถนาสิ่งที่เราไม่ปรารถนาให้เจ้า  และอย่าเข้ามาหาเราด้วยหัวใจที่ไร้ชีวิต  เปรอะเปื้อนด้วยความปรารถนาและความกระหายทางโลก  หากเจ้าเพียงแต่ชำระวิญญาณของเจ้าให้วิสุทธิ์  ณ ชั่วโมงนี้เจ้าจะระลึกถึงสถานที่นั้นและบริเวณแวดล้อมเหล่านั้น  และสัจธรรมของวาทะของเราจะเป็นที่ประจักษ์ต่อพวกเจ้าทุกคน
ในบรรทัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่แปด  ในธรรมจารึกแห่งสวรรค์ที่ห้า  พระองค์ทรงกล่าวว่า :
20
ดูกร  พวกเจ้าที่กำลังนอนเสมือนคนตายบนที่นอนแห่งความไม่เอาใจใส่!
ยุคสมัยล่วงเลยไปและชีวิตอันล้ำค่าของเจ้าใกล้จะจบลง  กระนั้นไม่มีแม้ลมหายใจเดียวแห่งความบริสุทธิ์จากเจ้ามาถึงราชสำนักแห่งความวิสุทธิ์ของเรา  แม้ว่าจมอยู่ในมหาสมุทรแห่งความเชื่อที่ผิด  กระนั้นพวกเจ้าแสดงความศรัทธาที่แท้จริงหนึ่งเดียวในพระผู้เป็นเจ้าด้วยริมฝีปากของเจ้า  พวกเจ้ารักผู้ที่เรารังเกียจ  ศัตรูของเราพวกเจ้าเอาไปเป็นเพื่อน  กระนั้นก็ดีพวกเจ้าเดินอยู่บนพื้นดินของเรา  พอใจกับตนเองที่เป็นอยู่  หารู้ไม่ว่าพื้นดินของเราเหนื่อยหน่ายเจ้า  และทุกสิ่งในพื้นดินไม่เอาเจ้า  หากพวกเจ้าเพียงแต่เปิดตา  แน่เลยว่าเจ้าจะเลือกความเศร้าโศกสุดคณนาก่อนความเบิกบานนี้  และจะถือว่าความตายในตัวมันเองดีกว่าชีวิตนี้
21
ดูกร  ธุลีกายที่เคลื่อนไหวได้!
เราปรารถนาจะสนทนากับเจ้า  แต่เจ้าไม่ไว้ใจเรา  ดาบแห่งการกบฏของเจ้าได้โค่นต้นไม้แห่งความหวังของเจ้า  เราอยู่ใกล้กับเจ้าทุกเวลา  แต่เจ้าอยู่ไกลจากเราตลอด  เราเลือกความรุ่งโรจน์ที่ไม่เสื่อมสูญให้แก่เจ้า  กระนั้นเจ้าเลือกความอับอายอย่างไม่มีสิ้นสุดให้แก่ตนเอง  ขณะที่ยังมีเวลา  จงกลับมาและอย่าเสียโอกาสของเจ้าไป
22
ดูกร  บุตรแห่งกิเลส!
ผู้มีวิชาและผู้มีปัญญาได้พยายามอยู่ยาวนานหลายปี  แต่ก็ยังมาไม่ถึงที่สถิตของพระผู้ทรงความรุ่งโรจน์  พวกเขาใช้ชีวิตค้นหาพระองค์  แต่กระนั้นก็ไม่เห็นความงามของพระพักตร์ของพระองค์  เจ้าบรรลุเป้าหมายโดยไม่ได้พยายามแม้แต่น้อย  และได้พบจุดหมายของการแสวงหาโดยไม่ต้องค้นหา  กระนั้นก็ตามเจ้ายังคงถูกห่อหุ้มอยู่ในม่านแห่งอัตตา  จนดวงตาของเจ้ามองไม่เห็นความงามของพระผู้เป็นที่รักยิ่ง  และมือของเจ้าหาได้สัมผัสชายเสื้อคลุมของพระองค์  พวกเจ้าผู้มีดวงตา  จงมองดูและประหลาดใจ
23
ดูกร  บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในนครแห่งความรัก!
ลมกระโชกมรณะพัดใส่เทียนที่ไม่รู้ดับ  และความงามของชายหนุ่มสวรรค์ถูกปกคลุมอยู่ในความมืดของธุลี  จอมกษัตริย์แห่งความรักถูกประทุษร้ายโดยประชาชนที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่  และนกพิราบแห่งความวิสุทธิ์ถูกขังอยู่ในกรงเล็บของนกเค้าแมว  บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในปะรำแห่งความรุ่งโรจน์และหมู่เทวัญคร่ำครวญและเศร้าโศก  ทว่าเจ้านอนพักอยู่ในอาณาจักรแห่งความไม่เอาใจใส่  และชื่นชมนับถือตัวเองว่าเป็นมิตรแท้  จินตนาการของเจ้าช่างไร้สาระเพียงไร!
24
ดูกร  พวกเจ้าผู้เบาปัญญากระนั้นยังได้ชื่อว่าฉลาด!
ไฉนพวกเจ้าสวมชุดพรางตัวเป็นผู้เลี้ยงแกะ  ในเมื่อในจิตใจนั้นพวกเจ้าได้กลายเป็นสุนัขป่าที่จ้องฝูงแกะของเรา?  พวกเจ้าเป็นเสมือนดวงดาวที่ขึ้นมาก่อนรุ่งอรุณ  และแม้ดูเหมือนว่าสว่างไสวและเรืองรอง  ก็นำผู้เดินทางในนครของเราหลงไปในหนทางนรก
25
ดูกร  พวกเจ้าผู้ดูเหมือนสะอาดบริสุทธิ์แต่ข้างในนั้นสกปรก!
พวกเจ้าเป็นเสมือนน้ำที่ใสแต่ขม  ซึ่งภายนอกดูใสบริสุทธิ์  แต่เมื่อถูกทดสอบโดยผู้วิเคราะห์ทางเคมีจากสวรรค์  ไม่มีแม้แต่หยดเดียวที่ยอมรับได้  ใช่แล้ว  ลำแสงของดวงอาทิตย์ส่องมายังทั้งธุลีและกระจก  แต่แสงสะท้อนนั้นต่างกันดังเช่นดวงดาวต่างจากโลก  ไม่เพียงเท่านั้น  ต่างกันอย่างวัดไม่ได้!
26
ดูกร  มิตรสหายของเราในวจนะ!
จงไตร่ตรองสักพัก  เจ้าเคยได้ยินหรือว่ามิตรและศัตรูควรอาศัยอยู่ในหัวใจเดียวกัน?  เช่นนั้นจงขับคนแปลกหน้าออกไป  เพื่อว่าพระผู้เป็นมิตรจะเข้ามาในบ้านของพระองค์
27
ดูกร  บุตรแห่งธุลี!
ทุกสิ่งที่อยู่ในสวรรค์และโลกเรากำหนดไว้สำหรับเจ้า  เว้นแต่หัวใจของมนุษย์ซึ่งเราทำให้เป็นเป็นที่อยู่อาศัยของความงามและความรุ่งโรจน์ของเรา  กระนั้นเจ้ายกบ้านและเคหสถานของเราให้คนอื่นนอกจากเรา  และเมื่อใดก็ตามที่พระผู้สำแดงความวิสุทธิ์ของเราแสวงหาที่พักอาศัยของพระองค์เอง  คนแปลกหน้าพบพระองค์ที่นั่น  ไร้บ้าน  และทรงรีบไปยังเขตคุ้มครองของพระผู้เป็นที่รักยิ่ง  แม้กระนั้นเราได้ปกปิดความลับของเจ้าและไม่ต้องการให้เจ้าอับอาย
28
ดูกร  สาระแห่งกิเลส!
หลายต่อหลายรุ่งอรุณเราหันไปจากอาณาจักรที่ไร้สถานที่มายังที่พักอาศัยของเจ้า  และพบเจ้าอยู่บนเตียงที่สบาย  สาละวนอยู่กับผู้อื่นนอกจากเรา  ครั้นแล้วราวกับการแวบของวิญญาณ  เราได้กลับมายังอาณาจักรแห่งความรุ่งโรจน์สวรรค์  และหาได้เอ่ยถึงสิ่งนั้นต่อกองทัพแห่งความวิสุทธิ์ในสถานที่เงียบสงัดเบื้องบนของเรา
29
ดูกร  บุตรแห่งความอารี!
จากศูนยภาพที่หาประโยชน์มิได้  เราเนรมิตเจ้าขึ้นมาด้วยดินแห่งบัญชาของเรา  และกำหนดทุกอะตอมที่ดำรงอยู่และสาระของสรรพสิ่งไว้สำหรับการฝึกฝนเจ้า  ดังนี้ก่อนที่เจ้าจะออกมาจากครรภ์มารดา  เราได้กำหนดสองต่อมที่ให้น้ำนมเงามันไว้สำหรับเจ้า  ดวงตาที่จะเฝ้าดูเจ้า  และหัวใจที่จะรักเจ้า  เราอบรมเลี้ยงดูเจ้าด้วยความเมตตารักใคร่ภายใต้ร่มเงาแห่งความปรานีของเรา  และปกป้องเจ้าด้วยสาระแห่งกรุณาธิคุณและความโปรดปรานของเรา  และจุดประสงค์ของเราในทั้งหมดนี้คือ  เพื่อให้เจ้าไปถึงอาณาจักรนิรันดร์ของเรา  และคู่ควรสำหรับพรที่มองไม่เห็นของเรา  และถึงกระนั้นเจ้ายังไม่เอาใจใส่  และเมื่อโตเต็มที่เจ้าละเลยความอารีทั้งหมดของเรา  หมกมุ่นอยู่กับจินตนาการที่เหลวไหลของเจ้าจนลืมทุกสิ่ง  และด้วยการหันหนีจากอานนของพระผู้เป็นมิตร  เจ้าไปอาศัยอยู่ภายในสำนักของศัตรูของเรา
30
ดูกร  ทาสของโลก!
หลายต่อหลายรุ่งอรุณสายลมแห่งความเมตตารักใคร่ของเราโชยมายังเจ้า  และพบเจ้าหลับสนิทอยู่บนเตียงแห่งความไม่เอาใจใส่  เมื่อนั้นด้วยคร่ำครวญต่อสถานการณ์เลวร้ายของเจ้า  สายลมนั้นกลับไปยังที่ที่พัดมา
31
ดูกร  บุตรแห่งพิภพ!
หากเจ้าอยากมีเรา  อย่าแสวงหาใครอื่นนอกจากเรา  และหากเจ้าอยากพิศดูความงามของเรา  จงปิดตาของเจ้าไม่ให้มองโลกและทุกสิ่งที่อยู่ในโลก  เพราะความประสงค์ของเรากับความประสงค์ของผู้อื่นนอกจากเรา  เป็นเสมือนน้ำกับไฟ  ไม่สามารถอาศัยอยู่ในหัวใจเดียวกัน
32
ดูกร  คนแปลกหน้าที่มาเป็นเพื่อน!
เทียนแห่งหัวใจของเจ้าถูกจุดด้วยมือแห่งอานุภาพของเรา  อย่าดับเทียนนั้นด้วยลมที่สวนทางแห่งอัตตาและความมัวเมา  ผู้รักษาความเจ็บป่วยทั้งหมดของเจ้าคือการระลึกถึงเรา  อย่าลืมสิ่งนี้  จงให้ความรักของเราเป็นทรัพย์ของเจ้า  และถนอมไว้ราวกับสายตาและชีวิตของเจ้าเอง
33
ดูกร  ภราดรของเรา!
จงเงี่ยหูฟังวจนะที่น่าอภิรมย์จากชิวหาอาบน้ำผึ้งของเรา  และดื่มสายธารแห่งความวิสุทธิ์ลี้ลับจากริมฝีปากหยอดน้ำตาลของเรา  จงหว่านเมล็ดแห่งอัจฉริยภาพสวรรค์ของเราในดินที่บริสุทธิ์ของหัวใจของเจ้า  และรดด้วยน้ำแห่งความมั่นใจ  เพื่อว่าไม้ดอกแห่งความรู้และอัจฉริยภาพของเรา  จะงอกขึ้นมาอย่างเขียวสดในนครศักดิ์สิทธิ์ของหัวใจของเจ้า
34
ดูกร  บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในพิมานของเรา!
ด้วยมือแห่งความเมตตารักใคร่  เราได้ปลูกต้นอ่อนแห่งความรักและมิตรภาพของเจ้าไว้ในอุทยานสวรรค์อันวิสุทธิ์  และรดน้ำด้วยการหลั่งกรุณาธิคุณที่รักใคร่ของเราอย่างชุ่มฉ่ำ  บัดนี้ชั่วโมงแห่งการออกผลมาถึงแล้ว  จงพยายามเพื่อให้ต้นอ่อนนี้ได้รับการคุ้มครอง  และไม่ถูกเผาผลาญด้วยเปลวไฟแห่งกิเลสและตัณหา
35
ดูกร  มิตรสหายทั้งหลายของเรา!
จงดับตะเกียงแห่งความหลงผิด  และจุดคบไฟที่ไม่รู้ดับแห่งการนำทางสวรรค์ในหัวใจของเจ้า  เพราะอีกไม่นาน ณ เบื้องหน้าอันวิสุทธิ์ของพระผู้เป็นที่บูชา  ผู้วิเคราะห์มนุษยชาติจะไม่ยอมรับสิ่งใดนอกจากคุณความดีที่บริสุทธิ์ที่สุด  และการกระทำที่วิสุทธิ์ไม่แปดเปื้อน
36
ดูกร  บุตรแห่งธุลี!
ผู้มีปัญญาคือผู้ที่ไม่พูดนอกจากจะมีคนฟัง  ดังเช่นผู้ถือถ้วยน้ำที่ไม่ยื่นถ้วยน้ำจนกว่าจะพบผู้แสวงหา  และคนรักที่ไม่ร้องจากส่วนลึกของหัวใจจนกว่าจะได้พิศดูความงามของผู้เป็นที่รักยิ่งของตน  ดังนั้นจงหว่านเมล็ดแห่งอัจฉริยภาพและความรู้ในดินบริสุทธิ์ของหัวใจ  และเก็บซ่อนไว้จนกว่าไม้ดอกแห่งอัจฉริยภาพสวรรค์จะงอกขึ้นมาจากหัวใจ  ไม่ใช่จากโคลนตมและดิน
ในบรรทัดแรกของธรรมจารึกเป็นที่บันทึกและลิขิตไว้  และภายในเขตคุ้มครองของธรรมวิหารของพระผู้เป็นเจ้ามีวจนะซ่อนเร้นว่า :
37
ดูกร  คนรับใช้ของเรา!
อย่าละทิ้งอาณาจักรนิรันดร์เพื่อสิ่งที่จะต้องเสื่อมสูญ  และอย่าทิ้งอธิปไตยสวรรค์เพื่อความปรารถนาทางโลก  นี้คือแม่น้ำแห่งชีวิตนิรันดร์ที่ไหลมาจากต้นธารแห่งปากกาของพระผู้ทรงปรานี  ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ผู้ที่ดื่ม!
38
ดูกร  บุตรแห่งวิญญาณ!
จงระเบิดกรงของเจ้าออกเป็นเสี่ยง  และเหินขึ้นสู่เวหาแห่งความวิสุทธิ์ประดุจนกฟีนิกซ์แห่งความรัก  จงสละตัวเจ้าเอง  และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความปรานี  จงอาศัยอยู่ในอาณาจักรแห่งความพิสุทธิ์สวรรค์
39
ดูกร  ผู้ที่เกิดมาจากธุลี!
อย่าพึงพอใจกับความสบายไปวันๆ  และอย่าพรากตัวเองจากการพักผ่อนนิรันดร์  อย่าเอาอุทยานแห่งความปีติอนันต์ไปแลกกับกองธุลีของโลกสังขาร  จากคุกของเจ้าจงขึ้นไปสู่ทุ่งหญ้าที่รุ่งโรจน์เบื้องบน  และบินจากกรงที่จะต้องมลายของเจ้าไปสู่สวรรค์ที่ไร้สถานที่
40
ดูกร  คนรับใช้ของเรา!
จงปลดเจ้าเองจากตรวนของโลกนี้  และปล่อยวิญญาณของเจ้าจากคุกแห่งอัตตา  จงใช้โอกาสนี้  เพราะจะไม่มีมาถึงเจ้าอีก
41
ดูกร  บุตรของหญิงรับใช้ของเรา!
หากเจ้าได้เห็นอธิปไตยที่ไม่รู้สิ้น  เจ้าจะพยายามไปจากโลกที่ชั่วแล่นนี้  แต่การปกปิดสิ่งหนึ่งและเปิดเผยอีกสิ่งหนึ่งต่อเจ้า  คือความลึกลับที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจนอกจากผู้ที่มีหัวใจบริสุทธิ์
42
ดูกร  คนรับใช้ของเรา!
จงชำระความประสงค์ร้ายออกจากหัวใจของเจ้า  และด้วยปราศจากความริษยา  จงเข้ามาในราชสำนักสวรรค์แห่งความวิสุทธิ์
43
ดูกร  มิตรสหายทั้งหลายของเรา!
จงเดินในหนทางแห่งความยินดีของพระผู้เป็นมิตร  และรู้ไว้ว่าความยินดีของพระองค์อยู่ที่ความยินดีของบรรดาผู้ที่พระองค์สร้าง  กล่าวคือ : ไม่มีใครควรเข้าไปในบ้านของเพื่อนนอกจากเพื่อนจะยินดี  หรือไปเอาทรัพย์สมบัติของเพื่อน  หรือถือความประสงค์ของตนเองมาก่อนความประสงค์ของเพื่อน  และไม่หาทางเอาเปรียบเพื่อน  พวกเจ้าผู้มีญาณทัศนะ!  จงไตร่ตรองสิ่งนี้
44
ดูกร  สหายแห่งบัลลังก์ของเรา!
อย่าฟังสิ่งชั่วร้าย  และอย่ามองสิ่งชั่วร้าย  อย่าทำให้ตัวเองต่ำลง  อย่าถอนหายใจหรือร่ำไห้  อย่าพูดสิ่งชั่วร้าย  เพื่อเจ้าจะไม่ได้ยินการพูดสิ่งชั่วร้ายต่อเจ้า  อย่าขยายข้อบกพร่องของผู้อื่น  เพื่อว่าข้อบกพร่องของเจ้าเองจะไม่ดูใหญ่โต  และอย่าปรารถนาความตกต่ำของผู้ใด  เพื่อความตกต่ำของเจ้าเองจะไม่ถูกเผย  เช่นนั้นจงใช้ชีวิตของเจ้าที่มีวันเวลาสั้นกว่าชั่วแล่น  ด้วยจิตใจที่ไม่แปดเปื้อน  หัวใจที่ไม่มัวหมอง  ความคิดที่บริสุทธิ์และพื้นฐานนิสัยที่วิสุทธิ์  เพื่อว่าเจ้าจะได้ละร่างกายที่เป็นสังขารนี้ไปอย่างอิสระและพึงพอใจ  แล้วไปยังพิมานลี้ลับและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรที่ไม่รู้สิ้นจากนี้ไปชั่วนิรันดร์
45
อนิจจา!  อนิจจา!  ดูกร  บรรดาผู้ที่รักความปราถนาทางโลก!
พวกเจ้าผ่านพระผู้เป็นที่รักยิ่งไปอย่างฉับไวราวกับฟ้าแลบ  และปักใจกับความฟุ้งซ่านอันชั่วร้าย  พวกเจ้าคุกเข่าให้กับจินตนาการอันไร้สาระของตน  แล้วเรียกสิ่งนั้นว่าสัจธรรม  ดวงตาของพวกเจ้าหันไปมองหนาม  แล้วให้ชื่อสิ่งนั้นว่าดอกไม้  พวกเจ้าไม่มีลมหายใจที่บริสุทธิ์สักครั้ง  สายลมแห่งการปล่อยวางก็ไม่มีโชยมาจากทุ่งหญ้าแห่งหัวใจของเจ้า  พวกเจ้าโยนคำแนะนำด้วยความรักของพระผู้เป็นที่รักยิ่งไปกับกระแสลม  และลบออกไปจากจารึกแห่งหัวใจของเจ้าจนหมดสิ้น  และราวกับสัตว์ป่าในทุ่ง  พวกเจ้าเคลื่อนไหวและมีชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์แห่งกิเลสและตัณหา
46
ดูกร  ภราดรในหนทาง!
ไฉนพวกเจ้าละเลยการกล่าวถึงพระผู้เป็นที่รัก  และอยู่ห่างไกลจากที่สถิตอันวิสุทธิ์ของพระองค์?  สาระแห่งความงามอยู่ภายในปะรำที่ไม่มีเปรียบปาน  บนบัลลังก์แห่งความรุ่งโรจน์  ขณะที่เจ้าสาละวนอยู่กับการโต้แย้งอย่างเหลวไหล  สุคนธรสแห่งความวิสุทธิ์กำลังโชยมา  และลมหายใจแห่งความอารีพัดมาแผ่วๆ  กระนั้นพวกเจ้าทั้งหมดกลับไม่ได้รับและทุกข์ทรมานอย่างเจ็บปวด  อนิจจาสำหรับเจ้าและพวกที่เดินตามรอยเท้าในหนทางของเจ้า!
 
 
47
ดูกร  บุตรหลานแห่งกิเลส!
จงละทิ้งเสื้อผ้าแห่งความทะนงและถอดเครื่องแต่งกายแห่งความลำพองออก
ในบรรทัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่สามที่ลิขิตและบันทึกไว้ในธรรมจารึกทับทิมโดยปากกาของผู้ที่เรามองไม่เห็น  สิ่งนี้ถูกเปิดเผยไว้ :
48
ดูกร  ภราดร!
จงอดกลั้นต่อกันและกัน  และอย่ามีใจเสน่หาต่อสิ่งเบื้องล่าง  อย่าภูมิใจในความรุ่งเรืองของเจ้า  และอย่าละอายในความตกต่ำ  ความงามของเราเป็นพยาน!  เราได้สร้างทุกสิ่งขึ้นมาจากธุลี  และเราจะให้ทุกสิ่งกลับไปสู่ธุลีอีกครั้ง
49
ดูกร  บุตรหลานแห่งธุลี!
จงบอกคนร่ำรวยเกี่ยวกับการถอนหายใจของผู้ยากไร้ยามเที่ยงคืน  เพื่อมิให้ความไม่เอาใจใส่พาพวกเขาไปสู่หนทางแห่งการทำลาย  และพรากพวกเขาจากพฤกษาแห่งความมั่งคั่ง  การให้และความเอื้อเฟื้อคือคุณลักษณะของเรา  ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ผู้ที่ประดับตนเองด้วยคุณความดีของเรา
50
ดูกร  สาระแห่งความมัวเมา!
จงละความอยากได้ของคนอื่นและแสวงหาความพึงพอใจ  เพราะคนที่อยากได้ของคนอื่นจะอดเสมอ  และคนมักน้อยเป็นที่รักและสรรเสริญเสมอ
51
ดูกร  บุตรของหญิงรับใช้ของเรา!
อย่ากังวลใจในความยากจนหรือมั่นใจในความร่ำรวย  เพราะความยากจนตามมาด้วยความร่ำรวย  และความร่ำรวยตามมาด้วยความยากจน  กระนั้นความยากจนในทุกสิ่งนอกจากพระผู้เป็นเจ้าคือของขวัญอันวิเศษ  อย่าดูแคลนคุณค่านี้  เพราะในตอนจบความยากจนนี้จะทำให้เจ้าร่ำรวยในพระผู้เป็นเจ้า  และดังนี้เจ้าจะรู้ความหมายของวาทะ “ความจริงแล้วเจ้าคือคนยากไร้”  และวจนะศักดิ์สิทธิ์ “พระผู้เป็นเจ้าคือพระผู้ทรงครอบครองสรรพสิ่ง”  จะสาดแสงอย่างรุ่งโรจน์สว่างไสวราวกับแสงอรุณบนขอบฟ้าแห่งหัวใจของคนรัก  และอยู่อย่างปลอดภัยบนบัลลังก์แห่งความร่ำรวย
52
ดูกร  บุตรหลานแห่งความไม่เอาใจใส่และความมัวเมา!
พวกเจ้ายอมให้ศัตรูของเราเข้ามาในบ้านของเรา  และขับมิตรของเราออกไป  เพราะเจ้าบูชาความรักของคนอื่นนอกจากเราในหัวใจของเจ้า  จงเงี่ยหูฟังคำพูดของพระผู้เป็นมิตร  และหันมาหาพิมานของพระองค์  โลกียมิตรซึ่งแสวงหาประโยชน์ของตนเอง  ดูเหมือนว่ารักกันและกัน  ส่วนพระผู้เป็นมิตรแท้รักเจ้าเพื่อเห็นแก่เจ้าเอง  ที่จริงแล้วพระองค์ได้ทนความทุกข์ทรมานสุดคณานับเพื่อการชี้แนะเจ้า  อย่าได้ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระผู้เป็นมิตรดังกล่าว  ไม่เพียงเท่านั้น  จงรีบไปหาพระองค์  ดังกล่าวนี้คือดวงตะวันของวจนะแห่งสัจธรรมและความซื่อสัตย์  ที่รุ่งอรุณขึ้นมาบนขอบฟ้าแห่งปากกาของพระผู้เป็นนายแห่งนามทั้งปวง  จงเปิดหูของเจ้าเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้สดับฟังวจนะของพระผู้เป็นเจ้า  พระผู้ทรงช่วยเหลือในภยันตราย  พระผู้ดำรงอยู่ด้วยตนเอง
53
ดูกร  พวกเจ้าผู้ภูมิใจในความร่ำรวยที่จะต้องมลาย!
จงรู้ไว้ว่าความจริงนั้น  ความมั่งคั่งคือตัวขวางกั้นอันใหญ่หลวงระหว่างผู้แสวงหาและสิ่งที่เขาปรารถนา  ระหว่างคนรักและผู้เป็นที่รักยิ่งของเขา  คนร่ำรวยยกเว้นไม่กี่คน  จะไม่มีทางไปถึงราชสำนักอันเป็นที่สถิตของพระองค์  หรือเข้าไปในนครแห่งความพึงพอใจและยอมจำนน  เช่นนั้นขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ผู้ซึ่งร่ำรวย  แต่ไม่ถูกความร่ำรวยของตนขวางกั้นจากราชอาณาจักรที่ไม่รู้สิ้น  หรือพรากจากอาณาเขตที่ไม่เสื่อมสูญ  พระนามอันยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นพยาน!  ความอำไพของผู้มั่งคั่งดังกล่าวจะให้ความสว่างแก่บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในสวรรค์  ราวกับดวงอาทิตย์ให้ความสว่างแก่ประชาชนบนพิภพ!
54
ดูกร  พวกเจ้าผู้ร่ำรวยบนพิภพ!
คนยากไร้ท่ามกลางพวกเจ้าคือผู้ที่เราฝากไว้  จงปกป้องผู้ที่เราฝากไว้  และอย่าสนใจแต่ความสบายของตัวเอง
55
ดูกร  บุตรแห่งความมัวเมา!
จงชำระตนเองให้ปลอดจากมลทินของความร่ำรวย  และคืบหน้าเข้าไปในอาณาจักรแห่งความยากจนด้วยความสงบอย่างแท้จริง  เพื่อว่าเจ้าจะได้ดื่มอมฤตแห่งชีวิตอมตะจากต้นธารแห่งความปล่อยวาง
56
ดูกร  บุตรของเรา!
การอยู่กับคนไร้ศีลธรรมเพิ่มความทุกข์ใจ  ทว่ามิตรภาพกับผู้ชอบธรรมจะชำระสนิมออกจากหัวใจ  ผู้ที่หาทางสนทนากับพระผู้เป็นเจ้า  ขอให้เขาไปเป็นสหายกับบรรดาผู้เป็นที่รักของพระองค์  และผู้ที่ปรารถนาจะเงี่ยหูฟังวจนะของพระผู้เป็นเจ้า  ขอให้เขาสดับฟังถ้อยคำของบรรดาผู้ที่พระองค์เลือกสรร
57
ดูกร  บุตรแห่งธุลี!
จงระวัง!  อย่าเดินกับคนไร้ศีลธรรมและอย่าแสวงหามิตรภาพกับเขา  เพราะมิตรภาพดังกล่าวจะเปลี่ยนความสว่างไสวของหัวใจเป็นไฟนรก
58
ดูกร  บุตรของหญิงรับใช้ของเรา!
หากเจ้าอยากแสวงหากรุณาธิคุณของพระวิญญาณบริสุทธิ์  จงคบหากับผู้ที่ชอบธรรม  เพราะเขาได้ดื่มถ้วยน้ำแห่งชีวิตนิรันดร์จากมือของพระผู้ถือถ้วยที่ไม่รู้จักตาย  และให้พลังชีวิตและความสว่างแก่หัวใจของคนตายเสมือนกับรุ่งอรุณ
59
ดูกร  บรรดาผู้ที่ไม่เอาใจใส่!
อย่าคิดว่าความลับในหัวใจทั้งหลายถูกซ่อนเร้นอยู่  ไม่เลย  จงรู้ไว้เป็นที่แน่นอนว่า  ความลับเหล่านั้นถูกจารึกไว้เป็นอักขระที่ชัดเจน  และเป็นที่เห็นชัดอย่างโจ่งแจ้ง ณ ที่สถิตของพระผู้ทรงความวิสุทธิ์
60
ดูกร  มิตรสหายทั้งหลาย!
แท้จริงแล้วเรากล่าวว่า  สิ่งใดก็ตามที่พวกเจ้าปกปิดไว้ในหัวใจ  เป็นที่โจ่งแจ้งและเห็นชัดสำหรับเราประดุจทิวากาล  แต่การที่สิ่งนั้นซ่อนเร้นอยู่ได้เป็นเพราะกรุณาธิคุณและความโปรดปรานของเรา  มิใช่เพราะความคู่ควรของเจ้า
61
ดูกร  บุตรแห่งมนุษย์!
จากมหาสมุทรแห่งความปรานีที่หยั่งความลึกไม่ได้ของเรา  เราได้รินหยดน้ำมาบนประชาชนทั้งหลายของโลก  กระนั้นไม่พบใครหันมาหาหยดน้ำนี้  เนื่องด้วยทุกคนได้หันหนีจากอมฤตสวรรค์แห่งเอกภาพไปหาตะกอนเจือปนที่สกปรก  และละทิ้งถ้วยแห่งความงามที่ไม่รู้สิ้นด้วยความพึงพอใจกับถ้วยที่จะต้องมลาย  สิ่งที่พวกเขาพึงพอใจนั้นต่ำ
62
ดูกร  บุตรแห่งธุลี!
อย่าหันดวงตาของเจ้าไปจากอมฤตที่ไม่มีเปรียบปานของพระผู้เป็นอมตะที่รักยิ่ง  และอย่าเปิดตามองดูตะกอนมรณะที่สกปรก  จงหยิบถ้วยน้ำแห่งชีวิตอมตะจากมือของพระผู้ถือถ้วยจากสวรรค์  เพื่อว่าอัจฉริยภาพทั้งปวงจะเป็นของเจ้า  และเจ้าจะได้สดับฟังเสียงลี้ลับร้องเรียกมาจากอาณาจักรที่มองไม่เห็น  พวกเจ้าผู้ใฝ่ต่ำ!  จงร้องให้ดัง  ไฉนเจ้าหันหนีจากอมฤตอมตะที่วิสุทธิ์ของเราไปหาน้ำที่จะระเหยไป?
63
ดูกร  พวกเจ้าประชาชนทั้งหลายของโลก!
แท้จริงแล้วจงรู้ไว้ว่าความหายนะที่คาดไม่ถึงไล่ตามเจ้าและโทษทัณฑ์อันสาหัสรอคอยเจ้าอยู่  อย่าคิดว่าสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำถูกลบออกไปจากสายตาของเรา  ความงามของเราเป็นพยาน!  การกระทำทั้งหมดของเจ้านั้น  ปากกาของเราได้จารึกไว้เป็นอักขระที่ชัดเจนบนธรรมจารึกมรกต
64
ดูกร  ผู้กดขี่ทั้งหลายบนพิภพ!
จงวางมือของเจ้าจากการใช้อำนาจบาตรใหญ่  เพราะเราได้ปฏิญาณตนไว้ว่า  จะไม่ให้อภัยความอยุติธรรมของผู้ใด  นี้คือปฏิญญาของเราที่เราประกาศิตไว้อย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้ในธรรมจารึกที่เก็บรักษาไว้  และประทับตราด้วยตราประทับแห่งความรุ่งโรจน์ของเรา
65
ดูกร ผู้พยศทั้งหลาย!
ความอดกลั้นของเราทำให้เจ้าได้ใจ  และความสู้ทนของเราทำให้เจ้าประมาท  จนพวกเจ้าควบม้าศึกแห่งอัตตาที่ร้อนแรงไปบนหนทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและนำไปสู่การถูกทำลาย  พวกเจ้าคิดหรือว่าเราไม่สนใจหรือไม่รู้?
66
ดูกร  ผู้ย้ายถิ่นทั้งหลาย!
ลิ้นที่เราออกแบบไว้สำหรับการกล่าวถึงเรา  อย่าให้มีมลทินด้วยการกล่าวร้าย  หากไฟแห่งอัตตาครอบงำเจ้า  จงนึกถึงข้อบกพร่องของเจ้าเอง  ไม่ใช่ข้อบกพร่องของผู้ที่เราสร้าง  เนื่องด้วยพวกเจ้าทุกคนรู้จักตนเองดีกว่ารู้จักผู้อื่น
67
ดูกร  บุตรหลานแห่งความฟุ้งซ่าน!
แท้จริงแล้วจงรู้ไว้ว่า  ขณะที่รุ่งอรุณที่สว่างไสวปรากฏขึ้นมาบนขอบฟ้าแห่งความวิสุทธิ์อนันต์  ความลับที่ชั่วร้ายและการกระทำในความมืดสลัวยามค่ำคืน  จะถูกเผยให้เห็นชัดต่อหน้าประชาชนทั้งหลายของโลก
68
ดูกร  วัชพืชที่งอกขึ้นมาจากดิน!
ไฉนมือที่สกปรกเหล่านี้ของเจ้าไม่สัมผัสเสื้อผ้าของเจ้าเองเสียก่อน  และทำไมเจ้าหาทางสนทนากับเราและหาทางเข้ามาในอาณาจักรที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา  ด้วยหัวใจที่เปื้อนกิเลสและความมัวเมา?  ไกล  พวกเจ้าอยู่ไกลจากสิ่งที่เจ้าปรารถนา
69
ดูกร  บุตรหลานของอดัม!
ถ้อยคำที่วิสุทธิ์และการกระทำที่ดีงามบริสุทธิ์ขึ้นไปสู่นภาแห่งความรุ่งโรจน์สวรรค์  จงพยายามเพื่อว่าการกระทำของเจ้าจะถูกชำระให้ปลอดจากธุลีแห่งอัตตาและความเสแสร้ง  และเป็นที่โปรดปราน ณ ราชสำนักแห่งความรุ่งโรจน์  เพราะอีกไม่นาน ณ เบื้องหน้าที่วิสุทธิ์ของพระผู้เป็นที่บูชา  บรรดาผู้วิเคราะห์มนุษยชาติจะไม่ยอมรับสิ่งใด  นอกจากคุณความดีที่แท้และการกระทำที่บริสุทธิ์ไม่แปดเปื้อน  นี้คือดวงตะวันแห่งอัจฉริยภาพและความลึกลับสวรรค์ที่ส่องแสงอยู่บนขอบฟ้าแห่งพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า  ขอพรจงมีแด่ผู้ที่หันไปหา
70
ดูกร  บุตรแห่งโลกีย์!
สภาวะของชีวิตนั้นน่าอภิรมย์หากเจ้าบรรลุถึง  อาณาจักรอนันต์นั้นรุ่งโรจน์หากเจ้าผ่านพ้นไปจากโลกสังขาร  ความปีติในธรรมนั้นหวานหากเจ้าดื่มถ้วยน้ำลี้ลับจากมือของชายหนุ่มสวรรค์  หากเจ้าบรรลุถึงสถานะนี้  เจ้าจะหลุดพ้นจากการถูกทำลายและความตาย  หลุดพ้นจากความความตรากตรำที่เหนื่อยอ่อนและบาป
71
ดูกร  มิตรสหายทั้งหลายของเรา!
จงระลึกถึงปฏิญญาที่พวกเจ้าทำกับเราบนภูเขาปาราน  ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาณาบริเวณศักดิ์สิทธิ์แห่งซามาน  เราได้พาหมู่เทวัญเบื้องบนและบรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในนครอนันต์มาเป็นพยาน  กระนั้นเวลานี้เราไม่พบใครซื่อสัตย์ต่อปฏิญญา  แน่นอนว่าความทะนงและการพยศได้ลบปฏิญญานั้นออกไปจากหัวใจทั้งหลายจนไม่เหลือร่องรอย  กระนั้นแม้รู้เช่นนี้  เราก็รอและไม่เปิดเผยสิ่งนี้
72
ดูกร  คนรับใช้ของเรา!
เจ้าเป็นราวกับดาบที่ถูกเผาอย่างประณีตและถูกซ่อนอยู่ในความมืดของฝัก  และคุณค่าของดาบนี้ถูกซ่อนอยู่โดยที่ผู้ชำนาญไม่รู้  ดังนั้นจงออกมาจากฝักแห่งอัตตาและกิเลส  เพื่อว่าคุณค่าของเจ้าจะเจิดจ้าและเป็นที่เห็นชัดต่อทั่วโลก
73
ดูกร  มิตรสหายของเรา!
เจ้าคือดวงตะวันบนนภาแห่งความวิสุทธิ์ของเรา  อย่าให้มลทินทางโลกมาบดบังความเจิดจ้าของเจ้า  จงฉีกม่านแห่งความไม่เอาใจใส่ให้ขาดสะบั้น  เพื่อว่าเจ้าจะโผล่พ้นออกมาจากหลังก้อนเมฆอย่างสว่างไสว  และสวมแต่งทุกสิ่งด้วยอาภรณ์แห่งชีวิต
74
ดูกร  บุตรหลานแห่งความอวดดี!
เจ้าได้ละทิ้งอาณาจักรที่ไม่เสื่อมสูญของเราเพื่ออธิปไตยที่ชั่วแล่น  และประดับตัวเจ้าเองด้วยเครื่องแบบสีฉูดฉาดของโลกแล้วเอามาโอ้อวด  ความงามของเราเป็นพยาน!  เราจะรวบรวมทุกคนไว้ภายใต้การปกคลุมสีเดียวของพื้นผิวดินและลบสีที่หลากหลายทั้งหมดนี้  นอกจากผู้ที่เลือกสีของเราเองและชำระทุกสีออก
75
ดูกร  บุตรหลานแห่งความไม่เอาใจใส่!
อย่ามีใจเสน่หาต่ออธิปไตยที่จะต้องมลายหรือปีติยินดีในอธิปไตยนั้น  พวกเจ้าเป็นราวกับวิหคที่ไม่ระวังที่ขับขาบอยู่บนกิ่งไม้ด้วยความมั่นใจเต็มที่  จนกระทั่งพรานมัจจุราชสอยวิหคนั้นร่วงลงมาบนพื้นดินอย่างทันใด  แล้วทำนองเพลง  รูปโฉมและสีก็หายไปไม่เหลือร่องรอย  ดูกร  ทาสของกิเลสทั้งหลาย! เช่นนั้นจงเอาใจใส่
76
ดูกร  บุตรของหญิงรับใช้ของเรา!
การชี้แนะให้ด้วยถ้อยคำเสมอมา  และเวลานี้ให้ด้วยการกระทำ  ทุกคนต้องแสดงการกระทำที่บริสุทธิ์และมีธรรมทั้งหลายออกมา  เพราะคำพูดเป็นคุณสมบัติของทุกคนเหมือนกัน  ขณะที่การกระทำดังกล่าวเหล่านี้เป็นของบรรดาผู้เป็นที่เราของรักเท่านั้น  เช่นนั้นด้วยหัวใจและวิญญาณจงพยายามดีเด่นด้วยการกระทำของเจ้า  ในหนทางนี้เราแนะนำเจ้าไว้ในธรรมจารึกศักดิ์สิทธิ์และอำไพนี้
77
ดูกร  บุตรแห่งความยุติธรรม!
ในยามค่ำคืนความงามของพระผู้ทรงสภาวะอมตะได้ไปจากยอดมรกตแห่งความซื่อสัตย์มายังซาดราตูร  โมนทาฮา  และร่ำไห้เสียจนหมู่เทวัญเบื้องบนและบรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรเบื้องบน  คร่ำครวญต่อความเศร้าโศกของพระองค์  ครั้นแล้วมีการถามว่า  ไฉนคร่ำครวญและร่ำไห้?  พระองค์ทรงตอบว่า : ตามที่ได้รับบัญชา  เรารอคอยอย่างคาดหวังอยู่บนเนินเขาแห่งความซื่อสัตย์  กระนั้นไม่ได้สูดสุคนธรสแห่งความซื่อสัตย์จากบรรดาผู้ที่อาศัยอยู่บนพิภพ  เมื่อถูกเรียกตัวให้กลับไป  เราได้เห็น  และดูซิ!  นกพิราบแห่งความวิสุทธิ์บางตัวถูกทดสอบอย่างเจ็บปวดในกรงเล็บของสุนัขบนพิภพ  ครั้นแล้วหญิงรับใช้บนสวรรค์รีบออกมาจากคฤหาสถ์ลี้ลับของเธออย่างอำไพไร้ผ้าคลุมหน้า  และถามชื่อของนกพิราบเหล่านั้น  และมีการบอกทั้งหมดยกเว้นหนึ่งชื่อ  และเมื่อถูกเร่งเร้า  อักษรตัวแรกของชื่อนั้นถูกเอ่ยออกมา  ครั้นแล้วบรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องนภาลัยรีบออกมาจากที่อยู่อาศัยแห่งความรุ่งโรจน์ของตน  และขณะที่อักษรตัวที่สองถูกเปล่งออกมา  พวกเขาทุกคนล้มลงบนพื้นดิน  ณ ขณะนั้นมีเสียงได้ยินมาจากสถานที่สักการะข้างในสุดว่า : “พอแล้ว  พอแค่นั้น”  แท้จริงแล้วเราเป็นพยานต่อสิ่งที่พวกเขาได้ทำและยังทำอยู่ตอนนี้
78
ดูกร  บุตรของหญิงรับใช้ของเรา!
จงดื่มสายธารแห่งความลึกลับสวรรค์จากชิวหาของพระผู้ทรงปรานี  และจากอรุโณทัยแห่งวาทะสวรรค์จงมองดูความอำไพที่ไม่ถูกบดบังของดวงตะวันแห่งอัจฉริยภาพ  จงหว่านเมล็ดแห่งอัจฉริยภาพสวรรค์ของเราในดินที่บริสุทธิ์ของหัวใจ  และรดด้วยน้ำแห่งความมั่นใจ  เพื่อว่าไม้ดอกแห่งความรู้และอัจฉริยภาพจะงอกขึ้นมาอย่างเขียวสดจากนครที่วิสุทธิ์ของหัวใจ
79
ดูกร  บุตรแห่งกิเลส!
อีกนานเท่าไรเจ้าจะเหินอยู่ในอาณาจักรแห่งกิเลส?  เราประทานปีกให้แก่เจ้า  เพื่อว่าเจ้าจะบินขึ้นไปสู่อาณาจักรแห่งความวิสุทธิ์ที่ลี้ลับ  ไม่ใช่แคว้นแห่งความฟุ้งซ่านอันชั่วร้าย  เช่นกันหวีที่เราให้เจ้า  เพื่อว่าเจ้าจะแต่งปอยผมดำเงางามของเรา  ไม่ใช่ให้ไว้เชือดคอเรา
80
ดูกร  คนรับใช้ทั้งหลายของเรา!
พวกเจ้าคือต้นไม้ในอุทยานของเรา  พวกเจ้าต้องออกผลที่สวยงามและวิเศษ  เพื่อว่าเจ้าเองและคนอื่นจะได้ประโยชน์จากผลไม้นั้น  ดังนั้นเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะประกอบวิชาชีพหรืองานฝีมือ  เพราะในนั้นมีความลับของความมั่งคั่งอยู่  ดูกร  มนุษย์ผู้มีปัญญา!  เพราะผลขึ้นกับวิธีการและกรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้าจะเพียงพอสำหรับเจ้าทุกประการ  ต้นไม้ที่ไม่ออกผลนั้นเหมาะสำหรับกองไฟเสมอมาและตลอดไป
81
ดูกร  คนรับใช้ของเรา!
มนุษย์ที่ต่ำที่สุดคือผู้ที่ไม่ออกผลบนโลก  แท้จริงแล้วมนุษย์ดังกล่าวถูกนับเป็นพวกคนตาย  ไม่เพียงเท่านั้น  ในสายตาของพระผู้เป็นเจ้า  คนตายยังดีกว่าผู้ที่เกียจคร้านและไร้ค่าเหล่านั้น
82
ดูกร  คนรับใช้ของเรา!
มนุษย์ที่ดีที่สุดคือผู้ที่หาเลี้ยงชีพโดยอาชีพของตน  และใช้จ่ายสำหรับตนเองและญาติพี่น้องเพื่อความรักพระผู้เป็นเจ้า  พระผู้เป็นนายแห่งภพทั้งปวง
* * *
ด้วยกรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้าและความโปรดปรานของพระองค์  บัดนี้เจ้าสาวลี้ลับและวิเศษซึ่งก่อนนี้ซ่อนอยู่ใต้ม่านคลุมของวาทะ  ถูกแสดงให้เห็นชัดราวกับแสงสว่างที่เจิดจ้าสาดมาจากความงามของพระผู้เป็นที่รักยิ่ง  ดูกร  มิตรสหาย!  เราขอเป็นพยานว่า  ความโปรดปรานบริบูรณ์แล้ว  การถกเหตุผลเสร็จสิ้นแล้ว  ข้อพิสูจน์เป็นที่เห็นชัดแล้ว  และหลักฐานได้รับการพิสูจน์แล้ว  บัดนี้ขอดูว่าความพยายามของเจ้าในหนทางแห่งความปล่อยวางจะเปิดเผยสิ่งใด  ด้วยวิธีนี้ความโปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้าได้ประทานมาทั้งหมดให้แก่เจ้าและบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์และบนโลก  ความสรรเสริญทั้งปวงจงมีแด่พระผู้เป็นเจ้า  พระผู้เป็นนายแห่งภพทั้งปวง

ธรรมลิขิตของพระบาฮาอุลลาห์

สํารวจธีมเหล่านี้

Verified by MonsterInsights