แหล่งที่มาของธรรมลิขิต

 

“ศาสดาผู้ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เปรียบเสมือนการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิในโลก… เพราะทุก ๆ ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาของการสร้างสรรค์ครั้งใหม่…”

อับดุลบาฮา

ศาสนาบาไฮมีรากฐานมาจากพันธกิจที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบหมายแก่พระบรมศาสดาผู้ยิ่งใหญ่สองพระองค์ คือ พระบาบ (The Báb) และ พระบาฮาอุลลาห์ (Baháʼu’lláh)
ความเป็นเอกภาพอันโดดเด่นของศาสนาที่ทั้งสองพระองค์สถาปนาขึ้นนี้ มาจากคำสั่งที่ชัดเจนซึ่งพระบาฮาอุลลาห์ทรงประทานไว้ เพื่อรับประกันความต่อเนื่องและความสามัคคีหลังจากการจากไปของพระองค์
ระบบความต่อเนื่องนี้เรียกว่า พันธสัญญา (The Covenant) ซึ่งเริ่มต้นจากพระบาฮาอุลลาห์ถึงพระโอรสของพระองค์ อับดุลบาฮา และจากพระอับดุลบาฮาถึงหลานชายของพระองค์ โชกิ เอฟเฟนดี ตลอดจนถึง สภายุติธรรมสากล (The Universal House of Justice) ซึ่งถูกกำหนดไว้ในคำสอนของพระบาฮาอุลลาห์ ชาวบาไฮยอมรับอำนาจของพระบาบและพระบาฮาอุลลาห์ รวมถึงผู้สืบทอดตามพันธสัญญาที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านี้

พระบ๊อบ

ศาสนาบาไฮเริ่มต้นจากพันธกิจที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบหมายให้แก่พระศาสดา สองท่าน คือ พระบาบ และ พระบาฮาอุลลาห์ ปัจจุบัน เอกภาพ อันโดดเด่นของศรัทธาที่ทั้งสองท่านก่อตั้งนั้น ดำรงอยู่ได้ด้วยพระบัญชาและคำสอนที่พระบาฮาอุลลาห์ประทานไว้อย่างชัดเจน เพื่อรับรองความต่อเนื่องของแนวทางปฏิบัติภายหลังจากที่พระองค์เสด็จสู่สุขคติ 
สายสืบทอดอำนาจนี้เรียกว่า พันธสัญญา ซึ่งเริ่มจากพระบาฮาอุลลาห์ ไปยังพระโอรสของพระองค์ คือ พระอับดุลบาฮา และจากพระอับดุลบาฮา ไปยังหลานชายของพระองค์ คือ โชกิ เอฟเฟนดี ตลอดจนถึง สภายุติธรรมสากล ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการสถาปนาโดยพระบาฮาอุลลาห์ บาไฮยอมรับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของพระบาบและพระบาฮาอุลลาห์ รวมถึงผู้สืบทอดที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านี้

 เรียนรู้เพิ่มเติม

พระบาฮาอุลลาห์

พระบาฮาอุลลาห์—ผู้ทรงมีความหมายว่า “พระสิริรุ่งโรจน์ของพระผู้เป็นเจ้า”—คือ ผู้ที่ได้รับสัญญาไว้ ซึ่งได้รับการทำนายไว้ล่วงหน้าโดยพระบาบและบรรดาพระศาสดาองค์ก่อน ๆ 
พระบาฮาอุลลาห์ทรงประทานพระวิวรณ์ จากพระผู้เป็นเจ้าแก่มวลมนุษย์ มีบทพระธรรมจดหมาย และหนังสือหลายพันเล่มหลั่งไหลออกมาจากปลายพระหัตถ์ของพระองค์ในพระนิพนธ์ของพระองค์ พระองค์ทรงวางโครงร่างสำหรับการพัฒนาอารยธรรมโลก ซึ่งคำนึงถึงทั้งมิติทางจิตวิญญาณและทางวัตถุของชีวิตมนุษย์ เพื่อสิ่งนี้ พระองค์จึงทรงทนทุกข์ จากการถูกจองจำ ถูกทรมาน และถูกเนรเทศเป็นเวลา 40 ปี

 เรียนรู้เพิ่มเติม

พระอับดุลบาฮา

พระบาฮาอุลลาห์ทรงแต่งตั้งพระโอรสองค์โตของพระองค์ คือ พระอับดุลบาฮา ให้เป็นผู้มีอำนาจในการอธิบาย คำสอนของพระองค์และเป็นผู้นำแห่งศรัทธา ตลอดทั่วทั้งโลกตะวันออกและโลกตะวันตก 
พระอับดุลบาฮาเป็นที่รู้จักในฐานะ ทูตแห่งสันติภาพ แบบอย่างแห่งความเป็นมนุษย์ และผู้นำของศาสนาใหม่ 

ท่านโชกิ เอฟเฟนดิ

โชกิ เอฟเฟนดี หลานชายคนโตของพระอับดุลบาฮาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์แห่งศรัทธาบาไฮ ท่านได้อุทิศตนเป็นเวลา 36 ปี ในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ขยายความเข้าใจ และเสริมสร้างเอกภาพ ของชุมชนบาไฮให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในระหว่างนั้น ชุมชนได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะท้อนถึงความหลากหลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล

สภายุติธรรมสากล

การพัฒนาศาสนาบาไฮทั่วโลกในปัจจุบันได้รับการชี้นำจากสภายุติธรรมสากล
ในพระคัมภีร์ของพระองค์ พระบาฮาอุลลาห์ ได้บัญชาให้สภายุติธรรมสากลมีอิทธิพลเชิงบวกต่อสวัสดิภาพของมนุษยชาติ ส่งเสริมการศึกษา สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของโลก ตลอดจนปกป้องเกียรติภูมิของมนุษย์และสถานะของศาสนา

ความสำคัญของธรรมลิขิตแห่งศาสนาบาไฮต่อปัจเจกชน มนุษยชาติ และอนาคตของโลกคืออะไร?

ความสำคัญของธรรมลิขิต (Divine Writ) แห่งศาสนาบาไฮ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพระบาฮาอุลลาห์นั้น อยู่ในอำนาจคู่ขนานในการเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณของปัจเจกบุคคล และในการวางรากฐานทางจิตวิญญาณและการบริหารจัดการสำหรับสังคมโลกที่เป็นเอกภาพ ยุติธรรม และสันติสุข

ความสำคัญต่อปัจเจกชน (Individual)

ธรรมลิขิตทำหน้าที่เป็นธรรมนูญทางจิตวิญญาณสำหรับการพัฒนาตนเองและความเป็นเลิศทางศีลธรรม
  • การเปลี่ยนแปลงภายใน: ธรรมลิขิตสอนว่าปัจเจกชนคือ “จิตวิญญาณแห่งเหตุผล” ที่ถูกสร้างมาพร้อมคุณสมบัติอันสูงส่ง และวัตถุประสงค์หลักของชีวิตคือการรู้จักและสักการะพระผู้เป็นเจ้า รวมถึงการสั่งสมคุณธรรมต่าง ๆ เช่น ความน่าเชื่อถือ ความสัตย์จริง และความรัก
  • การยกเลิกอคติ: ธรรมลิขิตเรียกร้องให้ปัจเจกชนขจัดอคติทุกรูปแบบ—ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ หรือชนชั้น—ออกจากหัวใจและการกระทำของตน โดยตระหนักถึงความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติที่เป็นรากฐาน
  • การบริการคือการสักการะ: ธรรมลิขิตยกย่องการงานและการบริการที่กระทำด้วยจิตวิญญาณแห่งความจงรักภักดีให้มีสถานะเทียบเท่ากับการสักการะบูชา โดยชี้นำให้ปัจเจกชนใช้ชีวิตที่มุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนและโลกให้ดียิ่งขึ้น

ความสำคัญต่อมนุษยชาติ (Mankind)

ธรรมลิขิตกล่าวถึงความท้าทายหลักของยุคสมัยใหม่ คือ การบรรลุเอกภาพของโลก
  • ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ: นี่คือหลักการสูงสุด ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น “หลักการดำเนินการและเป้าหมายสูงสุด” ของชีวิตรวมหมู่ของมนุษย์ ธรรมลิขิตวางรากฐานทางจิตวิญญาณสำหรับการอยู่เหนือความภักดีที่แบ่งแยกทั้งปวง
  • หลักการสากล: ธรรมลิขิตได้วางหลักคำสอนทางสังคมที่จำเป็นสำหรับโลกที่สงบสุข ซึ่งรวมถึง:
    • ความสอดคล้องระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา โดยยืนยันว่าศาสนาที่แท้จริงและวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงต้องสอดคล้องกัน
    • ความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย โดยระบุว่ามนุษยชาติไม่สามารถก้าวหน้าได้หากปีกข้างหนึ่ง (เพศ) ถูกรั้งไว้
    • การศึกษาภาคบังคับสากล และความจำเป็นในการมีภาษาสากลสำรอง
    • การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นการจัดการกับความแตกต่างสุดขั้วของความมั่งคั่งและความยากจน

ความสำคัญต่ออนาคตของโลก (Future of the World)

ธรรมลิขิตมอบพิมพ์เขียวที่ชัดเจนสำหรับระเบียบโลกใหม่ที่สงบสุข ซึ่งชาวบาไฮเชื่อว่าเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของเผ่าพันธุ์มนุษย์
  • ระบบสากล: พระบาฮาอุลลาห์ตรัสว่า “ความสมดุลของโลกได้ถูกทำลาย” โดยอิทธิพลอันสั่นสะเทือนของ “ระเบียบโลกใหม่” นี้ ระเบียบดังกล่าวถูกอธิบายไว้ในรูปแบบตั้งต้นภายในประชาคมบาไฮและโครงสร้างการบริหารจัดการ
  • รากฐานการบริหารจัดการ: ธรรมลิขิตบรรจุบทบัญญัติที่สถาปนาสภายุติธรรมสากล (Universal House of Justice) ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดในการปกครอง ที่ได้รับการนำทางจากพระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้มั่นใจในความยุติธรรมและชี้นำกิจการรวมหมู่ของโลก
  • สันติภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้: วิสัยทัศน์ของบาไฮถือว่าความวุ่นวายของโลกที่เห็นในปัจจุบันคือ “การก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่รวมหมู่” ของมนุษยชาติ—ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านอันเจ็บปวดที่จำเป็นเพื่อรื้อถอนโครงสร้างเดิมที่แบ่งแยก และสถาปนา มหาสันติภาพ (Most Great Peace) ซึ่งไม่ใช่แค่การยุติสงคราม แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและเป็นระบบในโครงสร้างของสังคมโลก

สำรวจหัวข้อ

Verified by MonsterInsights