ตอนที่ 4

 
ที่มาของการมองโลกในแง่ดีที่เรารู้สึกคือ  วิสัยทัศน์ที่เหนือกว่าการยุติสงครามและการก่อตั้งหน่วยงานต่างๆ สำหรับความร่วมมือกันระหว่างชาติ  สันติภาพถาวรในหมู่ชาติทั้งหลายเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จำเป็น  แต่พระบาฮาอุลลาห์ทรงยืนยันว่า  ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของพัฒนาการทางสังคมของมนุษยชาติ  เหนือกว่าการสงบศึกเริ่มแรกชั่วคราวเพราะโลกถูกกดดันด้วยความกลัวการทำลายล้างชีวิตของอาวุธนิวเคลียร์  เหนือกว่าสันติภาพทางการเมืองซึ่งชาติคู่แข่งที่ระแวงกันทั้งหลายไม่สู้จะเต็มใจทำสัญญา  เหนือกว่าการจัดแจงทางปฏิบัติสำหรับสวัสดิภาพและการอยู่ร่วมกัน  เหนือกว่าแม้แต่การทดลองมากมายในการร่วมมือกันซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้เป็นไปได้  คือเป้าหมายยอดสุด : การประสานสามัคคีชนชาติทั้งหมดของโลกในครอบครัวสากลเดียวกัน
 
ความแตกสามัคคีคือภัยที่ชาติและประชาชนทั้งหลายของโลกไม่สามารถทนได้อีกต่อไป  ผลที่ตามมานั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะเพ่งพินิจ  และเห็นได้ชัดจนไม่จำเป็นต้องมีการสาธิตใดๆ  พระบาฮาอุลลาห์ทรงลิขิตไว้กว่าหนึ่งศตวรรษว่า “ความผาสุกของมนุษยชาติ  สันติภาพและสวัสดิภาพ  ไม่สามารถบรรลุได้นอกจากและจนกว่าความสามัคคีของมนุษยชาติจะได้รับการสถาปนาอย่างมั่นคง”  ในการสังเกตเห็นว่า “มนุษยชาติกำลังโอดครวญ  กำลังกระหายให้พาไปสู่ความสามัคคี  และยุติความทุกข์ทรมานของตนที่ยืนยาวมาเป็นยุค”  ท่านโชกิ  เอฟเฟนดิให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า : “การประสานสามัคคีมนุษยชาติทั้งหมดคือเครื่องหมายของระยะที่สังคมมนุษย์กำลังใกล้เข้าไปเวลานี้  ความสามัคคีของครอบครัว  ชนเผ่า  นครรัฐ  และชาติ  ได้พยายามกันมาจนสำเร็จและสถาปนาอย่างบริบูรณ์แล้ว  ความสามัคคีของโลกคือเป้าหมายที่มนุษยชาติที่ถูกรังควานกำลังพยายามมุ่งไปสู่  การสร้างชาติได้สิ้นสุดลงแล้ว  อนาธิปไตยที่อยู่ในอธิปไตยของรัฐกำลังเคลื่อนไปสู่ขีดสุด  โลกที่กำลังเติบโตเข้าสู่วุฒิภาวะ  ต้องละทิ้งความคลั่งไคล้นี้  ต้องยอมรับความเป็นหนึ่งเดียวกันและทั้งหมดเดียวกันของความสัมพันธ์ทั้งหลายของมนุษย์  และสถาปนากลไกที่สามารถทำให้หลักธรรมมูลฐานของชีวิตของตนเป็นจริงได้ดีที่สุดในครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย”
 
พลังการเปลี่ยนแปลงร่วมสมัยทั้งหมดทำให้ทัศนะนี้มีน้ำหนัก  ข้อพิสูจน์ทั้งหลายสามารถสังเกตเห็นได้ในตัวอย่างมากมายที่ยกมากล่าวไว้ในเค้าลางที่เป็นนิมิตดีที่มุ่งสู่สันติภาพของโลก  ในการเคลื่อนไหวและพัฒนาการต่างๆ ระหว่างชาติในปัจจุบัน  กองทัพของบุรุษและสตรีซึ่งที่จริงนั้นดึงมาจากทุกวัฒนธรรม  ทุกเชื้อชาติและทุกชาติบนโลก  ผู้ซึ่งรับใช้หน่วยงานมากมายหลากหลายขององค์การสหประชาชาติ  เท่ากับเป็น “ราชการพลเรือน” ของโลก  ซึ่งความสำเร็จที่น่าประทับใจทั้งหลายของพวกเขา  บ่งชี้ระดับขั้นของความร่วมมือกันที่บรรลุได้แม้ภายใต้สภาพที่น่าท้อใจทั้งหลาย  แรงผลักดันไปสู่ความสามัคคีซึ่งเป็นเสมือนฤดูใบไม้ผลิของจิตวิญญาณ  ดิ้นรนแสดงตัวออกมาทางการประชุมสมาชิกนานาชาติจำนวนนับไม่ถ้วน  ซึ่งนำประชาชนจากสาขามากมายมหาศาลมารวมกัน  สิ่งนี้จูงใจให้มีการขอร้องโครงการนานาชาติทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน  และแท้จริงแล้วเป็นบ่อเกิดอย่างแท้จริงของการเคลื่อนไหวที่สะดุดตาไปสู่การส่งเสริมความสามัคคีของศาสนา  ซึ่งสมาชิกของศาสนาและนิกายต่างๆ ที่เป็นปรปักษ์กันมาในประวัติศาสตร์  ดูเหมือนจะถูกดึงเข้ามาหากันอย่างต้านทานไม่ได้  ด้วยกันกับแนวโน้มที่ต้านการทำสงครามและการขยายอิทธิพล  ที่แรงผลักดันไปสู่ความสามัคคีนี้ดิ้นรนต่อต้านอย่างไม่หยุดหย่อน  แรงขับไปสู่ความสามัคคีของโลกคือหนึ่งในลักษณะเด่นที่แผ่ซ่านของชีวิตบนโลกในระหว่างปีท้ายๆ ของคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบ
 
ประสบการณ์ของประชาคมบาไฮอาจได้รับการพิจารณาว่า  เป็นตัวอย่างหนึ่งของความสามัคคีที่ขยายใหญ่ขึ้น  ประชาคมบาไฮประกอบด้วยประชาชนราวสามถึงสี่ล้านคนที่มาจากหลายชาติ  วัฒนธรรม  ชนชั้นและความเชื่อทางศาสนา  ซึ่งมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มากมายที่สนองความต้องการทางจิตวิญญาณ  สังคมและเศรษฐกิจของประชาชนในหลายดินแดน  ประชาคมบาไฮเป็นระบบสังคมหนึ่งเดียวที่เป็นตัวแทนของความหลากหลายของครอบครัวมนุษย์  ซึ่งดำเนินกิจการต่างๆ ของตนโดยระบบของหลักการปรึกษาหารือที่ยอมรับร่วมกัน  และเห็นคุณค่าการนำทางที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดจากสวรรค์อย่างเท่าเทียมกัน  ที่หลั่งมาในประวัติศาสตร์ของมนุษย์  การดำรงอยู่ของประชาคมบาไฮคืออีกข้อพิสูจน์หนึ่งที่ให้ความมั่นใจว่า  วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮเกี่ยวกับโลกที่ประสานสามัคคีกัน  เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้  และเป็นอีกหลักฐานหนึ่งว่า  มนุษยชาติสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเสมือนเป็นสังคมโลกเดียวกัน  ซึ่งพอสำหรับสิ่งท้าทายใดๆ ที่จะมากับการบรรลุวุฒิภาวะของตน  หากประสบการณ์ของบาไฮสามารถเพิ่มความหวังในความสามัคคีของมนุษยชาติไม่ว่าในระดับใดๆ  เรายินดีเสนอประสบการณ์นี้เป็นแบบอย่างสำหรับศึกษา
 
ในการเพ่งพินิจความสำคัญสูงสุดของงานที่กำลังท้าทายทั่วทั้งโลกเวลานี้  เราขอน้อมศีรษะด้วยความถ่อมตัวต่อราชศักดาที่น่าเกรงขามของพระผู้สร้าง  ผู้ซึ่งด้วยความรักอันไม่รู้สิ้นของพระองค์  พระองค์ได้สร้างมวลมนุษยชาติขึ้นมาจากเชื้อสายเดียวกัน  ทรงยกระดับสภาวะความเป็นจริงของมนุษย์ที่เป็นเสมือนมณี  ทรงประทานสติปัญญาและอัจฉริยภาพ  ความประเสริฐและความเป็นอมตะให้เป็นเกียรติแก่มนุษย์  และทรงประสาทมนุษย์ด้วย “ความเป็นเอกและความสามารถที่ไม่มีเหมือนที่จะรู้จักและรักพระองค์”  ซึ่งเป็นความสามารถที่ “จำเป็นต้องถือว่าเป็นพลังผลักดันที่ก่อกำเนิดและปฐมเจตนาที่เป็นรากฐานของสรรพโลก”
 
เรามีความเชื่อมั่นว่า  มนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมา “เพื่อขับเคลื่อนอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าอยู่ตลอด”  เชื่อมั่นว่า “การกระทำเยี่ยงสัตว์ป่าในทุ่งไม่คู่ควรกับมนุษย์”  เชื่อมั่นว่าคุณความดีที่คู่ควรกับเกียรติของมนุษย์คือ  ความไว้วางใจได้  ความอดกลั้น  ความปรานี  ความเห็นอกเห็นใจและความเมตตารักใคร่ต่อชนชาติทั้งหมด  เรายืนยันความเชื่ออีกครั้งว่า “ศักยภาพทั้งหลายที่แฝงอยู่ในสถานะของมนุษย์  ชะตาลิขิตทั้งหมดของมนุษย์บนพิภพ  ความเป็นเลิศแต่กำเนิดของสภาวะความเป็นจริงของมนุษย์  ต้องถูกแสดงให้ปรากฏทั้งหมดในยุคแห่งพันธสัญญานี้ของพระผู้เป็นเจ้า”  เหล่านี้คือเหตุผลสำหรับความศรัทธาที่ไม่สั่นคลอนของเราว่า  ความสามัคคีและสันติภาพเป็นเป้าหมายที่บรรลุได้  ซึ่งมนุษยชาติกำลังพยายามมุ่งสู่
 
ขณะเขียนสารนี้  เสียงร้องแห่งความคาดหวังของบาไฮศาสนิกชนทั้งหลายสามารถเป็นที่ได้ยิน  ทั้งๆ ที่พวกเขายังคงทนการถูกประหัตประหารอยู่ในดินแดนกำเนิดศาสนาของตน  โดยตัวอย่างของความหวังที่แน่วแน่ของพวกเขา  พวกเขาเป็นพยานต่อความเชื่อที่ว่า  การจวนจะบังเกิดขึ้นจริงของความฝันที่มีมายาวนานเป็นยุคเกี่ยวกับสันติภาพ  บัดนี้ได้รับการประสาทด้วยพลังของอำนาจสวรรค์  โดยอิทธิพลที่ก่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงของการเปิดเผยพระธรรมของพระบาฮาอุลลาห์  ดังนี้เราไม่ได้สื่อวิสัยทัศน์มายังท่านด้วยเพียงถ้อยคำ  เรารวบรวมพลังของการกระทำด้วยความศรัทธาและความเสียสละ  เราสื่อคำขอร้องที่ร้อนใจของเพื่อนร่วมศาสนาของเราทุกแห่งหนเพื่อสันติภาพและความสามัคคี  เราร่วมกับทุกคนที่เป็นเหยื่อของความก้าวร้าว  ทุกคนที่ปรารถนาการสิ้นสุดความขัดแย้งและการพิพาท  ทุกคนที่อุทิศตนต่อหลักการของสันติภาพและระบบโลก  ที่ส่งเสริมจุดประสงค์อันประเสริฐที่มนุษยชาติถูกสร้างขึ้นมาโดยพระผู้สร้างที่รักใคร่
 
ในความปรารถนาอย่างจริงจังที่จะสื่อความหวังอันแรงกล้าและความมั่นใจที่ลึกซึ้งของเรามายังท่าน  เราขออ้างถึงคำสัญญาของพระบาฮาอุลลาห์ที่เน้นไว้ว่า : “การต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์และสงครามที่ทำลายล้างเหล่านี้จะผ่านพ้นไป  และสันติภาพอันยิ่งใหญ่ที่สุดจะบังเกิดขึ้น”
 
สภายุติธรรมสากล
<<< ส่วนที่ 3
Verified by MonsterInsights