ตอนที่ 2

 
คำสั่งห้ามอาวุธนิวเคลียร์  การห้ามใช้ก๊าซพิษ  หรือการทำให้สงครามเชื้อโรคเป็นสิ่งผิดกฎหมาย  จะไม่กำจัดรากเหง้าของสงครามไม่ว่ามาตรการทางปฏิบัติดังกล่าวจะสำคัญอย่างเห็นได้ชัดเพียงไร  ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบของกระบวนการสันติภาพ  ในตัวมันเองแล้วผิวเผินเกินกว่าที่จะมีอิทธิพลยั่งยืน  ชนชาติทั้งหลายฉลาดพอที่จะคิดรูปแบบอื่นๆ ของการทำสงคราม  ฉลาดพอที่จะใช้อาหาร  วัตถุดิบ  การเงิน  อำนาจอุตสาหกรรม  ลัทธิ  และการก่อการร้าย  เพื่อโค่นกันและกันในการแสวงหาความเป็นใหญ่และอำนาจควบคุมอย่างไม่จบสิ้น  ความระส่ำระสายอย่างหนักในกิจการทั้งหลายของมนุษยชาติในปัจจุบัน  ไม่สามารถแก้ไขได้โดยการหาข้อตกลงสำหรับข้อขัดแย้งและข้อพิพาทที่เจาะจงบางข้อในหมู่ชาติทั้งหลาย  แต่ต้องรับเอาโครงร่างสากลอย่างแท้จริงมาใช้
 
แน่นอนว่าผู้นำประเทศทั้งหลายตระหนักในความแผ่กว้างไปทั่วโลกของปัญหานี้  ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในตัวอยู่ในประเด็นต่างๆ ที่ทวีจำนวนขึ้นที่พวกเขาเผชิญรายวัน  มีรายงานผลการศึกษาที่สะสมและการแก้ไขปัญหาที่เสนอโดยหลายกลุ่มที่ห่วงใยและปัญญาสว่าง  และหน่วยงานต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ  เพื่อขจัดความเป็นไปได้ของความไม่รู้เกี่ยวกับเงื่อนไขจำเป็นต่างๆ ที่ท้าทายที่จะต้องรับมือ  อย่างไรก็ตามมีความเป็นอัมพาตของเจตจำนง  และนี่เองที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบและจัดการอย่างมุ่งมั่น  ดังที่เรากล่าวไว้แล้วความเป็นอัมพาตนี้งอกรากอยู่ในความเชื่อมั่นที่ฝังลึกเกี่ยวกับความชอบวิวาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มนุษยชาติ  ซึ่งได้นำไปสู่ความไม่สู้จะเต็มใจที่จะรับพิจารณาความเป็นไปได้ของการให้ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของชาติเป็นรองต่อสิ่งที่จำเป็นสำหรับระบบโลก  และงอกรากอยู่ในความไม่เต็มใจที่จะเผชิญนัยต่างๆ ที่กว้างไกลของการสถาปนาองค์กรที่มีอำนาจที่ประสานเข้าด้วยกันระดับโลก  นี้ยังสาวได้ไปถึงความไร้สมรรถภาพของมวลชนที่เขลาและเชื่อฟังเป็นส่วนใหญ่  ที่ไม่สามารถเรียบเรียงคำอธิบายความปรารถนาระบบใหม่  ซึ่งพวกเขาสามารถมีชีวิตอย่างสันติสุข  กลมเกลียวและเจริญรุ่งเรืองกับมนุษยชาติทั้งมวล
 
ขั้นตอนทดลองไปสู่ระบบโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับแต่สงครามโลกที่ครั้งที่สอง  ให้สัญญาณที่มีหวัง  แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มทั้งหลายของชาติต่างๆ ที่จะสร้างความสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ  ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถร่วมมือกันในเรื่องต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน  บอกเป็นนัยว่าชาติทั้งหมดสามารถเอาชนะอัมพาตนี้ได้ในที่สุด  สมาคมชาติอาเซียน  ประชาคมและตลาดร่วมคาริบเบียน  ตลาดร่วมอเมริกากลาง  สภาเพื่อความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจ  ประชาคมยุโรป  สันนิบาตรัฐอาหรับ  องค์การเอกภาพอัฟริกา  องค์การรัฐอเมริกา  เวทีแปซิฟิกใต้  ความอุตสาหะร่วมกันทั้งหมดที่แสดงให้เห็นโดยองค์การเหล่านี้  ตระเตรียมหนทางไปสู่ระบบโลก
 
ความสนใจมากขึ้นที่มุ่งมาที่บางปัญหาที่ฝังรากลึกที่สุดของโลก  คืออีกสัญญาณหนึ่งที่มีหวัง  ทั้งๆ ที่องค์การสหประชาชาติจะมีข้อบกพร่องที่ปรากฏชัด  ปฏิญญาและอนุสัญญากว่าสี่สิบฉบับที่องค์การนั้นลงมติรับ  แม้ว่ารัฐบาลทั้งหลายจะไม่กระตือรือร้นในคำมั่นสัญญาที่มีต่อข้อตกลงเหล่านี้  ก็ได้ให้ความรู้สึกของชีวิตใหม่แก่ประชาชนธรรมดา  ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน  อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  และมาตรการทั้งหลายที่คล้ายกันเกี่ยวกับการขจัดทุกรูปแบบของการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ  เพศหรือความเชื่อทางศาสนา  การสนับสนุนสิทธิของเด็ก  การคุ้มครองทุกคนมิให้โดนทรมาน  การขจัดความหิวและภาวะทุโภชนาการ  การใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ต่อสันติภาพและเป็นคุณต่อมนุษยชาติ  มาตรการดังกล่าวทั้งหมดหากนำมาบังคับใช้อย่างกล้าหาญและขยายออกไป  จะร่นวันเข้ามาที่ปีศาจสงครามจะสูญสิ้นอำนาจครอบงำความสัมพันธ์ระหว่างชาติ  ไม่มีความจำเป็นที่จะเน้นนัยสำคัญของประเด็นทั้งหลายที่กล่าวไว้ในปฏิญญาและอนุสัญญาเหล่านี้  อย่างไรก็ตามบางประเด็นดังกล่าวควรได้รับการวิจารณ์เพิ่มเติม  เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการสถาปนาสันติภาพของโลกในเวลานี้
 
อคติทางเชื้อชาติซึ่งเป็นหนึ่งในความชั่วร้ายที่เป็นภัยร้ายแรงและยืนยงที่สุด  คืออุปสรรคใหญ่อย่างหนึ่งของสันติภาพ  การเหยียดเชื้อชาติเป็นการละเมิดเกียรติของมนุษย์ที่เย้ยศีลธรรมเกินกว่าจะรับได้ด้วยข้ออ้างใดๆ  อคติทางเชื้อชาติหน่วงการคลี่ออกมาของศักยภาพที่ไร้ขอบเขตของผู้ที่เป็นเหยื่อ  ยังความเสื่อมทรามให้แก่ผู้เหยียดเชื้อชาติ  และถ่วงความก้าวหน้าของมนุษย์  การรับรองความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติโดยการใช้มาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสม  ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึงหากจะเอาชนะปัญหานี้
 
ความเหลื่อมล้ำเกินควรระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากไร้  ซึ่งเป็นที่มาของความทุกข์ทรมานที่สาหัส  ทำให้โลกอยู่ในสภาวะที่ไร้เสถียรภาพ  และที่จริงแล้วจวนจะเป็นสงคราม  สังคมจำนวนน้อยจัดการกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องใช้วิธีทางธรรมะ  ศีลธรรมและปฏิบัติได้ผสมกัน  การมองปัญหานี้ใหม่เป็นสิ่งจำเป็น  ซึ่งจะต้องปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาโดยปราศจากการโต้คารมทางเศรษฐศาสตร์หรือลัทธิ  และให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่รีบด่วน  เรื่องนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวพันไม่เพียงกับความจำเป็นที่จะต้องขจัดความมั่งคั่งและความยากจนที่สุดขีดเท่านั้น  แต่ยังเกี่ยวพันกับสัจธรรมต่างๆ ด้วย  ซึ่งการเข้าใจสัจธรรมเหล่านี้จะก่อให้เกิดเจตคติใหม่ที่เป็นสากล  การส่งเสริมเจตคตินี้ในตัวมันเองคือส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหา
 
ชาตินิยมที่สุดโต่งซึ่งต่างจากความรักชาติที่มีสติและชอบด้วยเหตุผล  ต้องเปิดทางให้แก่ความจงรักภักดีที่กว้างกว่า  ให้แก่ความรักมนุษยชาติโดยทั้งหมด  คำแถลงของพระบาฮาอุลลาห์คือ “โลกนี้เป็นเพียงประเทศเดียว  และมนุษยชาติเป็นเพียงพลเมืองของประเทศเดียวกัน”  แนวความคิดเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองของโลกเป็นผลโดยตรงมาจากการหดตัวของโลกเป็นละแวกบ้านเดียวกัน  โดยความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างชาติทั้งหลายที่โต้แย้งไม่ได้  ความรักชนชาติทั้งหมดของโลกไม่ได้กันความรักประเทศของตนออกไป  ประโยชน์ของส่วนหนึ่งในสังคมโลกจะได้รับการส่งเสริมดีที่สุดโดยการส่งเสริมประโยชน์ของทั้งหมด  กิจกรรมนานาชาติในวงการต่างๆ ในปัจจุบัน  ที่บ่มเพาะความรักใคร่ซึ่งกันและกันและสำนักในความเป็นปึกแผ่นในหมู่ชนชาติทั้งหลาย  จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนอย่างยิ่ง
 
ตลอดประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางศาสนาได้เป็นสาเหตุของสงครามและการต่อสู้จำนวนนับไม่ถ้วน  เป็นตัวถ่วงความเจริญที่สำคัญ  และเป็นที่ขยะแขยงมากขึ้นสำหรับประชาชนของทุกศาสนาและไม่มีศาสนา  ศาสนิกชนของทุกศาสนาต้องเต็มใจเผชิญกับปัญหาพื้นฐานที่ความขัดแย้งนี้หยิบยกขึ้นมา  และหาคำตอบให้ได้ชัดเจน  ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาจะแก้ไขได้อย่างไรทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ?  การท้าทายที่ผู้นำศาสนาทั้งหลายของมนุษยชาติเผชิญอยู่คือ  การตรึกตรองดูสภาพการณ์ที่เลวร้ายของมนุษยชาติด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความเห็นอกเห็นใจและความปรารถนาสัจธรรม  และถามตัวเองด้วยความถ่อมตัวต่อหน้าพระผู้สร้างผู้ทรงมหิธานุภาพว่า  พวกเขาไม่สามารถหรือที่จะจมความขัดแย้งทางศาสนศาสตร์ของตนลงไปในจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่แห่งความอดกลั้นซึ่งกันและกัน  ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานร่วมกันเพื่อความก้าวหน้าของความเข้าใจและสันติภาพ
 
การปลดแอกสตรี  การบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศโดยบริบูรณ์  คือหนึ่งในเงื่อนไขจำเป็นสำหรับสันติภาพที่สำคัญที่สุดแม้จะได้การยอมรับน้อยกว่า  การปฏิเสธความเสมอภาคนี้เป็นการกระทำความอยุติธรรมต่อครึ่งหนึ่งของประชากรโลก  อีกทั้งส่งเสริมเจตคติและนิสัยที่เป็นภัยให้แก่บุรุษ  ซึ่งติดตัวจากครอบครัวไปสู่ที่ทำงาน  ไปสู่ชีวิตทางการเมือง  และในที่สุดไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างชาติ  ไม่มีมูลเหตุทางศีลธรรม  ทางปฏิบัติหรือทางชีววิทยา  ที่มีเหตุผลสนับสนุนการปฏิเสธความเสมอภาคนี้  ต่อเมื่อสตรีได้รับการต้อนรับให้เป็นหุ้นส่วนโดยบริบูรณ์ในทุกวงความพยายามของมนุษย์เท่านั้น  บรรยากาศทางศีลธรรมและจิตวิทยาจึงจะเกิดขึ้น  ซึ่งในบรรยากาศนี้สันติภาพนานาชาติจะโผล่พ้นขึ้นมาได้
 
ความมุ่งหมายแห่งการศึกษาสากล  ซึ่งได้เกณฑ์กองทัพประชาชนผู้อุทิศตนจากทุกศาสนาและทุกชาติมารับใช้อยู่แล้ว  สมควรได้รับการสนับสนุนเต็มที่ที่รัฐบาลทั้งหลายของโลกจะให้ได้  เพราะความไร้การศึกษาคือเหตุผลหลักที่โต้แย้งไม่ได้สำหรับความเสื่อมถอยและความตกต่ำของประชาชนทั้งหลาย  และความยืนยงของอคติ  ไม่มีชาติใดสามารถประสบความสำเร็จนอกจากว่าพลเมืองทั้งหมดของตนจะได้รับการศึกษา  การขาดทรัพยากรจำกัดความสามารถของหลายชาติในการบรรลุสิ่งที่จำเป็นนี้  เป็นการบังคับให้จัดลำดับก่อนหลัง  ท่าจะให้ดีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่มีอำนาจตัดสินใจ  ควรพิจารณาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกแก่การศึกษาของสตรีและเด็กหญิง  เนื่องด้วยโดยการผ่านทางมารดาที่มีการศึกษานี่เอง  ที่ประโยชน์ของความรู้สามารถแพร่กระจายไปทั่วสังคมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของยุคสมัย  ควรพิจารณาให้การสอนแนวความคิดเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองของโลกเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษามาตรฐานสำหรับเด็กทุกคน
 
การขาดการสื่อสารขั้นมูลฐานระหว่างชนชาติทั้งหลาย  บั่นทอนความพยายามไปสู่สันติภาพของโลกอย่างร้ายแรง  การนำภาษาหนึ่งมาใช้เป็นภาษาเสริมระหว่างชาติ  จะประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหานี้  และจำเป็นต้องให้ความสนใจโดยด่วนที่สุด
 
ในประเด็นทั้งหมดเหล่านี้มีการเน้นสองใจความสำคัญ  หนึ่งคือ  การยุติสงครามไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของการเซ็นสนธิสัญญาและพิธีสาร  แต่เป็นงานที่ซับซ้อนที่ต้องอาศัยความทุ่มเทจิตใจระดับใหม่ให้แก่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ไม่สัมพันธ์กับความพยายามบรรลุสันติภาพตามปกติ  บนพื้นฐานของข้อตกลงทางการเมืองโดยลำพัง  ความนึกคิดเกี่ยวกับสวัสดิภาพร่วมกันเป็นเรื่องเพ้อฝัน  อีกใจความหนึ่งคือ  ความท้าทายเบื้องต้นในการจัดการกับประเด็นทั้งหลายของสันติภาพคือ  การยกระดับของบริบทให้ขึ้นมาเป็นหลักการ  ซึ่งต่างจากปฏิบัตินิยมล้วนๆ  เพราะโดยสาระนั้นสันติภาพเกิดจากสภาวะของจิตใจ  ที่ได้รับการค้ำจุนด้วยเจตคติทางจิตวิญญาณและศีลธรรม  และสำคัญอยู่ที่การปลุกเจตคตินี้นี่เองที่ความเป็นไปได้ของการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนสามารถพบได้
 
มีหลักธรรมต่างๆ หรือที่บางคนเรียกว่าหรือค่านิยมของมนุษย์  ซึ่งการแก้ปัญหาสังคมทุกอย่างสามารถพบได้ด้วยหลักธรรมเหล่านี้  โดยทั่วไปแล้วกลุ่มใดๆ ที่มีเจตนาดีสามารถคิดค้นวิธีแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติ  แต่เจตนาดีและความรู้ทางปฏิบัติมักไม่พอ  คุณความดีที่เป็นสาระสำคัญของหลักธรรมนั้น  ไม่เพียงนำเสนอมุมมองที่กลมกลืนกับสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์  แต่ยังก่อให้เกิดเจตคติ  พลังขับเคลื่อน  เจตจำนง  และความใฝ่ฝัน  ซึ่งจะช่วยการค้นพบและการดำเนินมาตรการทั้งหลายทางปฏิบัติ  บรรดาผู้นำของรัฐบาลทั้งหลายและทุกคนที่อยู่ในอำนาจ  ย่อมได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดีในความพยายามแก้ไขปัญหาทั้งหลาย  หากพวกเขาหาทางระบุหลักธรรมที่เกี่ยวข้องก่อน  แล้วใช้หลักธรรมเหล่านั้นชี้นำ
<<< ส่วนที่ 1
ส่วนที่ 3 >>>
Verified by MonsterInsights