ศาสนาบาไฮและพุทธศาสนา

 

หนังสือที่เขียนโดยจามเช็ด เค. ฟอสดาร 

1. พระผู้เป็นเจ้าของพระพุทธเจ้า (The God of Buddha)

 พระผู้เป็นเจ้าของพระพุทธเจ้า 

2. พระพุทธศรีอริยเมตไตรยอมิตาภาได้ปรากฏองค์แล้ว

(Buddha Maitrya-Amitabha Has Appeared)
พระพุทธศรีอริยเมตไตรยอมิตาภาได้ปรากฏองค์แล้ว 

ความท้าทายสำหรับคนไทย

คนไทยจำนวนมาก รวมถึงพระภิกษุสงฆ์ ยังคงไม่ทราบว่าคำทำนายทั้งหมดในศาสนาหลัก ๆ เกี่ยวกับการมาของสองศาสนทูตแห่งพระผู้เป็นเจ้า (พระบาบ และ พระบาฮาอุลลาห์) ได้สัมฤทธิผลเป็นจริงแล้ว ซึ่งรวมถึงคำทำนายทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับการมาถึงของพระศรีอริยเมตไตรย (พระพุทธเจ้าในอนาคต) ด้วยเช่นกัน
ชุมชนบาไฮในประเทศไทยจึงขอมอบโอกาสนี้ให้ท่านได้ค้นหาความจริงด้วยตนเอง ด้านล่างนี้คือบทต่าง ๆ จากหนังสือของ จอห์น ฟอสดาร์ (John Fozdar) ที่กล่าวถึงพระบาฮาอุลลาห์และพระศรีอริยเมตไตรย ตลอดจนความเชื่อมโยงกับคำทำนายเหล่านั้น เราขอสนับสนุนให้ท่านได้ศึกษาเนื้อหาเหล่านี้และใช้วิจารณญาณพิจารณาด้วยตัวท่านเอง
บทที่ 8 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว
บทที่ 9 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – เวลา
บทที่ 10 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – สถานที่
บทที่ 11 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – อมิตาภะ
บทที่ 12 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – อวโลกิเตศวร
บทที่ 13 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – ที่ประทับของพระองค์
บทที่ 14 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – พระบาบและพระบาฮาอุลลาห์ ปาฏิหาริย์คู่
บทที่ 15  – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว –  อับดุลบาฮาคือพระมหาสถามปราปต์
บทที่ 16 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – สารของพระบาฮาอุลลาห์ พระธรรมที่แท้จริง
บทที่ 17 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – ชาวบาไฮคือพุทธศาสนิกชนยุคใหม่
บทที่ 18 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – ระเบียบการบริหารของบาไฮ พระสงฆ์ยุคใหม่
บทที่ 19 – พระพุทธเจ้ามัยเตรยะ-อมิตาภะได้ปรากฏแล้ว – ปัจฉิมลิขิต

แนวทางศึกษาเกี่ยวกับพุทธพยากรณ์เรื่องพระศรีอริยเมตไตรยและพระบาฮาอุลลาห์

ชาการ, ท่านพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิ, และสมาชิกคณะสงฆ์ทุกท่าน
เรียนท่านนักวิชาการ พระสงฆ์ผู้ทรงเกียรติ และสมาชิกแห่งคณะสงฆ์ เราขอแสดงความซาบซึ้งใจอย่างยิ่งสำหรับโอกาสที่จะนำเสนอมุมมองทางเทววิทยาเกี่ยวกับการสำเร็จสมบูรณ์ของพุทธทำนาย เราเข้าสู่การสนทนานี้ด้วยความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อพระธรรมและอัจฉริยภาพทางจิตวิญญาณอันสูงส่งของพระตถาคต เจ้าชายสิทธัตถะโคตมะ
ข้อเสนอที่เราจะนำเสนอคือ พระบาฮาอุลลาห์(Baháʼu’lláh) (พ.ศ. 2360–2435) ศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนาบาไฮ คือการกลับมาทางจิตวิญญาณของพระศรีอริยเมตไตรย-อมิตาภะ (Maitrya-Amitābha) ซึ่งเป็น “มหาราชาแห่งพระสิริรุ่งโรจน์” ที่ได้ทำนายไว้ในพระสูตรสุขาวดีวยูหะ (Sukhāvatī-Vyūha Sūtras) และในคัมภีร์อื่น ๆ นี่ไม่ใช่การกล่าวอ้างเพื่อเข้าครอบครอง แต่เป็นการกล่าวถึงการสำเร็จสมบูรณ์ตามแก่นสาระ ธรรมชาติของการต่อเนื่อง และความก้าวหน้าของพระธรรมนั้นเอง เรายืนยันว่าโดยการประสานความสอดคล้องระหว่างเหตุผล วิทยาศาสตร์ และจริยธรรมสากล บะฮาอุลลาห์ได้ทรงนำเสนอกฎทางจิตวิญญาณและกฎทางสังคมที่จำเป็น ซึ่งก็คือ พระธรรมใหม่ (New Dharma) เพื่อเป็นที่ต้องการสำหรับการเปลี่ยนผ่านของมนุษยชาติจากยุคแห่งชาตินิยมและความขัดแย้งไปสู่สภาวะแห่ง ความเป็นเอกภาพของโลก (สุขาวดี) ที่ได้ทรงสัญญาไว้มาช้านาน
คู่มือการศึกษานี้จะช่วยสรุปเนื้อหาจากหนังสือ “พระพุทธศรีอริยเมตไตรยอมิตาภาได้ปรากฏองค์แล้ว”(Buddha Maitrya-Amitabha has Appeared) ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และจะช่วยให้คุณได้ค้นพบว่า พระบาฮาอุลลาห์ คือพระศรีอริยเมตไตรย-อมิตาภาที่พระพุทธเจ้า (เจ้าชายสิทธัตถะ) ทรงพยากรณ์ถึงการมาปรากฏไว้
คลิกที่นี่  คำแปลภาษาไทย (Thai translation)
คลิกที่นี่ ภาษาอังกฤษ (English)

แนวทางศึกษาเกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้าของพระพุทธเจ้า (The God of Buddha)

การเดินทางผ่านหนังสือ พระเจ้าของพระพุทธเจ้า (The God of Buddha) โดย ดร. แจมเชด เค. ฟอซดาร์ เป็นมากกว่างานวิชาการ แต่นี่คือการเดินทางกลับสู่บ้านทางจิตวิญญาณ เป็นเวลาหลายศตวรรษที่มีกำแพงแห่งการรับรู้กั้นกลางระหว่างคำสอนของตะวันออกและตะวันตก ระหว่างแนวคิดเรื่อง “นิพพาน” และแนวคิดเรื่อง “พระเจ้า”
ผลงานของ ดร. ฟอซดาร์ ได้ทำลายกำแพงนี้ลง ท่านเปิดเผยว่าพระพุทธเจ้ามิได้ทรงสอนเรื่องจักรวาลแห่ง “ความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเลย” แต่ทรงสอนเรื่องจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นบนความจริงอันเป็นอมตะและมิได้ถูกสร้างขึ้น (Uncreated and Eternal Reality) สภาวะ “อันไม่เกิด” (Unborn) นี้ คือแหล่งกำเนิดศักดิ์สิทธิ์เดียวกันกับที่ได้นำทางมนุษยชาติมาในทุกยุคทุกสมัย
จากพระธรรมสู่พระรัศมี
ในศาสนาบาไฮ เรายอมรับในแหล่งกำเนิดเดียวกันนี้ พระบาฮาอุลลาห์ทรงสอนว่าพระเจ้าทรงเป็น “แก่นแท้ที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้” ซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าที่มนุษย์จะเอื้อมถึง แต่พระองค์ทรงเปิดเผยแสงสว่างผ่าน “ศาสดาพยากรณ์” (Manifestations) ซึ่งเป็นธรรมครูผู้ศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า
  • พระพุทธเจ้า: ทรงเตรียมทางให้เราด้วยการสอนวิธีละวางจากตัวตนและประจักษ์ในพระธรรม (Dharma) อันเป็นนิรันดร์
  • พระบาฮาอุลลาห์: ทรงเป็น “พระศรีอริยเมตไตรย” หรือ “พระรัศมี” (The Glory) ที่ถูกสัญญาไว้ในพระคัมภีร์ โดยเสด็จมาในยุคสมัยที่โลกพร้อมจะรวมตัวกันเป็นครอบครัวเดียวกันเพียงครอบครัวเดียว
ขณะที่ท่านอ่านคู่มือการศึกษานี้ ขอให้ระลึกว่า “พระอาการนิ่ง” (Noble Silence) ของพระพุทธเจ้านั้น คือสัญลักษณ์แห่งความเคารพอย่างสูงสุดต่อ “สัจธรรม” ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะขนานนามได้—ซึ่งเป็นสัจธรรมที่พระบาฮาอุลลาห์ได้ทรงเผยให้เห็นในยุคแห่งความเจริญวัยของมนุษยชาติในปัจจุบัน
คู่มือการศึกษานี้จะช่วยสรุปเนื้อหาจากหนังสือ พระผู้เป็นเจ้าของพระพุทธเจ้า (The God of Buddha)
คลิกที่นี่ คำแปลภาษาไทย (Thai translation)
คลิกที่นี่ ภาษาอังกฤษ (English)

ปัจจัยหรืออุปสรรคใดที่ชาวพุทธต้องพิจารณาและเอาชนะ ก่อนที่จะสามารถยอมรับว่าพระบาฮาอุลลาห์คือพระศรีอริยเมตไตรยที่ได้รับการพยากรณ์ไว้ได้?

ปัจจัยและอุปสรรคสำคัญที่ชาวพุทธจะต้องพิจารณาและก้าวข้าม เพื่อที่จะยอมรับว่า พระบาฮาอุลลาห์ (Baháʼu’lláh) คือ พระศรีอริยเมตไตรย (Maitreya Buddha) ที่ได้รับการพยากรณ์ไว้นั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างทาง หลักคำสอนพื้นฐาน (Doctrinal Differences) และ การตีความคำพยากรณ์แบบดั้งเดิม (Traditional Prophetic Interpretation)

1. อุปสรรคด้านการตีความคำพยากรณ์และเงื่อนไขการมา

อุปสรรคที่ชัดเจนที่สุดคือ การที่ชาวพุทธส่วนใหญ่ยึดถือการตีความคำพยากรณ์เกี่ยวกับพระศรีอริยเมตไตรยตามอักขระ (Literal Interpretation) ซึ่งกำหนดเงื่อนไขที่ขัดแย้งกับการอุบัติของพระบาฮาอุลลาห์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19
  • เงื่อนไขการสูญสิ้นของพระธรรม: คัมภีร์ทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม (เช่น จักรวัตติสีหนาดสูตร) ระบุว่า พระศรีอริยเมตไตรยจะอุบัติขึ้นเมื่อ พระธรรมคำสอนของพระโคตมพุทธเจ้าเลือนหายไปจนหมดสิ้น . ในปัจจุบัน พุทธศาสนายังคงเป็นศาสนาที่มีชีวิตชีวาและมีการปฏิบัติอย่างกว้างขวางทั่วโลก จึงทำให้ชาวพุทธส่วนใหญ่เชื่อว่ายังไม่ถึงเวลาของการมา
  • ช่วงอายุขัยและสภาพแวดล้อมของโลก: คำพยากรณ์ดั้งเดิมระบุว่า พระศรีอริยเมตไตรยจะมาบังเกิดในยุคที่มนุษย์มีอายุขัยยืนยาวมาก (เช่น 80,000 ปี) และโลกสงบสุขเป็น “ทิพย์” ซึ่งขัดแย้งกับยุคสมัยที่พระบาฮาอุลลาห์ปรากฏตัวในอิหร่านเมื่อศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่มีความขัดแย้งและความทุกข์ยากอย่างรุนแรง
    • แนวคิดของศาสนาบาไฮจะแก้ปัญหานี้โดยการ ตีความคำพยากรณ์เหล่านี้ในเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Fulfillment) โดยมองว่า “การสูญสิ้นของพระธรรม” คือการที่หลักธรรมที่แท้จริงได้เสื่อมถอยลงจากชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่การสูญหายของชื่อศาสนา

2. อุปสรรคด้านความเชื่อทางเทววิทยา (Theological Conflict)

ความแตกต่างทางปรัชญาที่เป็นแกนหลักของสองศาสนาเป็นอุปสรรคที่ต้องใช้การตีความใหม่ครั้งใหญ่:
  • อนัตตา (Non-Self) ปะทะ วิญญาณอมตะ (Immortal Soul):
    • พุทธศาสนา: ยึดหลัก อนัตตา คือความไม่มีตัวตน/ไม่ใช่สาระถาวร ไม่มี “อาตมัน” หรือ “วิญญาณ” ที่เป็นอมตะ.
    • ศาสนาบาไฮ: สอนว่ามนุษย์มี วิญญาณ (Soul) ที่เป็นอมตะและเป็นอัตวิสัย (Rational Soul) ซึ่งดำรงอยู่และเจริญก้าวหน้าต่อไปหลังความตายทางกายภาพ การยอมรับคำสอนนี้จึงเท่ากับการทิ้งหลักการพื้นฐานของอนัตตา.
  • อเทวนิยม (Non-Theism) ปะทะ เอกเทวนิยม (Monotheism):
    • พุทธศาสนา: หลายนิกาย (โดยเฉพาะเถรวาท) เป็น อเทวนิยม คือไม่เน้นหรือปฏิเสธแนวคิดเรื่อง พระผู้สร้าง ที่เป็นองค์บุคคล (Personal Creator God). การหลุดพ้นไม่ขึ้นอยู่กับการบูชาพระเจ้า.
    • ศาสนาบาไฮ: เป็น เอกเทวนิยม โดยเน้นถึงการมีอยู่ของ พระผู้เป็นเจ้า (God) ที่ดำรงอยู่สูงสุด และไม่อาจหยั่งรู้ได้ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของการเผยแสดงธรรมทั้งหมด การยอมรับพระบาฮาอุลลาห์ในฐานะ “พระผู้แสดงธรรมของพระผู้เป็นเจ้า” (Manifestation of God) จึงเป็นการยอมรับแนวคิดเรื่องพระผู้เป็นเจ้าเข้ามาในกรอบคิดทางพุทธศาสนา

3. อุปสรรคด้านการสละธรรมเนียมและสิทธิ์อำนาจทางศาสนา

การยอมรับพระบาฮาอุลลาห์เป็นการก้าวออกจากระบบศาสนาเดิมไปสู่ระบบใหม่โดยสมบูรณ์
  • การสละสิทธิ์อำนาจของคัมภีร์ดั้งเดิม: ศาสนาบาไฮเสนอว่า แม้พระพุทธเจ้าจะเป็นศาสดาที่แท้จริง แต่เนื้อหาของพระคัมภีร์ที่ส่งต่อกันมาอาจถูกบิดเบือนหรือสูญหายไปตามกาลเวลา และจำเป็นต้องยอมรับพระคัมภีร์ของพระบาฮาอุลลาห์ซึ่งเป็นข้อความใหม่ที่ปรับให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันแทน
  • การเปลี่ยนไปสู่ระบบความเชื่อใหม่: การยอมรับว่าพระบาฮาอุลลาห์คือพระศรีอริยเมตไตรย คือการยอมรับ ศาสนาใหม่ ที่มีกฎหมาย บทบัญญัติ และโครงสร้างการบริหารงานที่แตกต่างจากระบบสงฆ์ของพุทธศาสนาโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมถึงการเน้นย้ำถึงความเป็น เอกภาพของมนุษยชาติ และการมีส่วนร่วมทางสังคมการเมืองในระดับโลกอย่างชัดเจน.
กล่าวโดยสรุป การยอมรับนี้จำเป็นต้องอาศัยการ ตีความคำพยากรณ์ในเชิงอุปมา และ การขยายกรอบคิดทางเทววิทยา ให้ครอบคลุมแนวคิดเรื่องพระผู้เป็นเจ้าและวิญญาณอมตะ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับชาวพุทธที่ยึดมั่นในหลักการของ อนัตตา และ อเทวนิยม ตามที่เข้าใจกันในนิกายดั้งเดิม.

คำถามที่ชาวพุทธไทยอาจมีต่อศาสนาบาไฮ

เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบคู่มือศึกษาที่อ้างอิงจากงานเขียนของฟอซดาร์ (พระผู้เป็นเจ้าของพระพุทธเจ้า / พระศรีอริยเมตไตรย-อมิตาภะทรงปรากฏแล้ว) สำหรับใช้ในการเผยแผ่ศาสนาบาไฮแก่ผู้อ่านชาวพุทธไทย ปรับปรุงเนื้อหาหลังจากตรวจสอบคู่มือศึกษาทั้งสองเล่มโดยตรง — คำศัพท์ ชื่อเฉพาะ และรายละเอียดคำพยากรณ์ด้านล่างนี้สอดคล้องกับเนื้อหาต้นฉบับของท่านแล้ว
ในส่วนนี้ประกอบด้วยบทความเรื่อง: หนึ่งชีวิตหรือหลายชีวิต? การเวียนว่ายตายเกิด กรรม และโลกหน้าในพระพุทธศาสนาและศาสนาบาไฮบทความประกอบต่อจากคำถามที่ชาวพุทธไทยอาจมีต่อศาสนาบาไฮ คำถามเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด/โลกหน้า (ข้อ 9 ข้างต้น) ยังคงเป็นจุดประสานหลักธรรมที่ยากที่สุด และมิได้รับการกล่าวถึงจากข้อโต้แย้งเรื่องความสำเร็จของคำพยากรณ์เลย นี่คือเหตุผลที่ต้องมีบทความประกอบเฉพาะ มากกว่าคำตอบสั้น ๆ ใน FAQ เนื่องจากเป็นจุดเดียวที่ทั้งสองศาสนาแตกต่างกันอย่างแท้จริง มิใช่เพียงใช้ภาษาต่างกันสำหรับความคิดเดียวกัน
Verified by MonsterInsights