กองทุนบาไฮ
การบริหารจัดการและการใช้กองทุนบาไฮ
ในโลกที่ พระบาฮาอุลลาห์ ได้ทรงจินตนาการไว้ ทรัพยากรของโลกจะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางจิตวิญญาณและทางวัตถุสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด ดังที่ โชกี้ เอฟเฟนดี เขียนไว้ว่า “ความก้าวหน้าและการดำเนินกิจกรรมทางจิตวิญญาณ” นั้น “ขึ้นอยู่กับวิธีการทางวัตถุ”
โครงสร้างและการจัดสรรกองทุน
ภายในชุมชนบาไฮ มีการจัดตั้ง กองทุน ขึ้นในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับทวีป และระดับนานาชาติ ซึ่งสมาชิกสามารถมีส่วนร่วมบริจาคได้ตามความสมัครใจ สิ่งนี้ช่วยให้ชุมชนบาไฮสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ และจัดสรรทรัพยากรทางการเงินในลักษณะที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ
อำนาจในการบริหารจัดการ
การบริหารกองทุนเหล่านี้ได้รับความไว้วางใจให้แก่ สถาบันบาไฮ ในแต่ละระดับ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรในนามของชุมชน
การบริจาคไม่ได้ทำให้บุคคลมีอำนาจในการกำหนดวิธีการใช้เงินอย่างเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตาม ชาวบาไฮทุกคนอาจระบุการบริจาคของตนไว้สำหรับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ระบุชื่อ หรือสำหรับพื้นที่กิจกรรมเฉพาะก็ได้ ซึ่งการใช้จ่ายจะเป็นไปตาม ดุลยพินิจของสถาบันนั้น ๆ
หลักการของการบริจาคเพื่อกองทุนบาไฮ
ชาวบาไฮแต่ละคนพยายามที่จะ บริจาคด้วยความไม่เห็นแก่ตัวและด้วยความยินดี ให้แก่กองทุนต่าง ๆ ของศาสนา โดยแต่ละคนจะบริจาคตามสถานการณ์และกำลังทรัพย์ของตน การบริจาคเป็นไปอย่าง ส่วนตัวและเป็นไปตามความสมัครใจ โดยจะ ไม่อนุญาตให้มีการขอเงิน จากบุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม สถานะของกองทุนบาไฮอาจเป็นหัวข้อในการปรึกษาหารือระหว่างสมาชิกของชุมชนบาไฮในงานชุมนุมต่าง ๆ
คุณค่าของการเสียสละ
แน่นอนว่า การบริจาคที่เกิดจากการเสียสละของบุคคลที่มั่งคั่งย่อมมีขนาดใหญ่กว่าการบริจาคของบุคคลที่ไม่มีทรัพยากรทางวัตถุมากมายนัก แต่พระคัมภีร์บาไฮระบุว่า เงินจำนวนใด ๆ ที่บริจาคด้วยการเสียสละนั้นเป็นที่ยอมรับได้ในสายพระเนตรของพระผู้เป็นเจ้า เมื่อบริจาคโดยไม่เห็นแก่ตัว ความจริงพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังหลักการแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ — คือผู้ให้ก็เป็นผู้ได้รับความเอื้ออาทรกลับคืนด้วย — จะฉายชัดออกมา
เคล็ดลับของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง
“เราต้องเป็นเหมือนน้ำพุหรือแหล่งน้ำที่ระบายน้ำออกจากแหล่งที่มองไม่เห็นอย่างต่อเนื่องและได้รับการเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา การที่เราให้ทานเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยไม่หวั่นไหวต่อความยากจน และอาศัยความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดจากแหล่งที่มาของความมั่งคั่งและความดีทั้งมวล คือ เคล็ดลับของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง”
พระคัมภีร์บาไฮเกี่ยวกับกองทุนและการบริจาคของบาไฮ
ประโยชน์ของการบริจาคเพื่อกองทุนบาไฮสำหรับปัจเจกบุคคลและมนุษยชาติคืออะไร?
ตาม พระคัมภีร์บาไฮ การบริจาคให้แก่กองทุนบาไฮถูกมองว่าเป็นพันธะทางจิตวิญญาณและเป็นเอกสิทธิ์พื้นฐาน ซึ่งนำมาซึ่งประโยชน์ที่ลึกซึ้งและตอบแทนซึ่งกันและกันอย่างแท้จริงต่อทั้ง ผู้บริจาคที่เป็นปัจเจกบุคคล และการก้าวหน้าของ มนุษยชาติ โดยรวม
หลักการสำคัญคือ การให้ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่เป็นการกระทำแห่ง พันธสัญญาและความเลื่อมใสทางจิตวิญญาณ
ประโยชน์สำหรับผู้บริจาคที่เป็นปัจเจกบุคคล
ประโยชน์ที่ผู้บริจาคแต่ละคนได้รับส่วนใหญ่เป็นไปในทางจิตวิญญาณและการเปลี่ยนแปลงภายใน:
การบริสุทธิ์และการปล่อยวาง (Spiritual Cleansing and Detachment): การบริจาคให้กองทุนช่วยให้บุคคลหลุดพ้นจากการผูกมัดของ ความยึดติดทางวัตถุและความเห็นแก่ตัว ดังที่พระคัมภีร์ระบุ การให้เป็นวิธีหนึ่งในการ “ชำระ” ทรัพย์สมบัติให้บริสุทธิ์ และนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปใช้เพื่อจุดประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์
บ่อเกิดแห่งพระพรและความเจริญรุ่งเรือง (Source of Blessing and Prosperity): การกระทำของการให้ด้วยใจบริสุทธิ์เชื่อกันว่าจะดึงดูด การยืนยันและพระพรจากพระผู้เป็นเจ้า มาสู่ผู้บริจาค สิ่งนี้ถูกบรรยายว่าเป็น “แม่เหล็กทางจิตวิญญาณ” ที่ดึงดูดความอุดมสมบูรณ์และรับประกันความเป็นอยู่ที่ดีทางวัตถุของผู้ให้ โชกี้ เอฟเฟนดีเปรียบเทียบสิ่งนี้กับ “น้ำพุ” ที่ให้อย่างต่อเนื่องและได้รับการเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา
การบรรลุหน้าที่ทางจิตวิญญาณ (Fulfillment of Spiritual Duty): เป็นเอกสิทธิ์และเป็นหน้าที่ในการช่วยเหลือพระศาสนาของพระผู้เป็นเจ้า โดยการบริจาค ปัจเจกบุคคลได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการส่งเสริมพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นการรับใช้ในรูปแบบสูงสุด
การเติบโตในคุณธรรม (Growth in Virtue): การกระทำของการให้ปลูกฝังคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ เช่น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การเสียสละ และความน่าเชื่อถือ (ในขณะที่พวกเขาเชื่อมั่นในสถาบันที่จะบริหารกองทุน) ซึ่งเป็นการปรับตัวบุคคลให้สอดคล้องกับอุปนิสัยของพระผู้เป็นเจ้า
ประโยชน์ต่อมนุษยชาติและพระศาสนา
กองทุนเหล่านี้เป็นกลไกขับเคลื่อนหลักในการก้าวหน้าของหลักการความเป็นหนึ่งเดียวของโลกในศาสนาบาไฮ:
ความก้าวหน้าของอารยธรรมฝ่ายจิตวิญญาณ (Advancement of Spiritual Civilization): กองทุนมอบ วิธีการทางวัตถุ ที่จำเป็นในการสร้าง ธำรง และขยายสถาบันและกิจกรรมของพระศาสนาทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างศาสนสถานบาไฮ การจัดตั้งโครงสร้างการศึกษาและการบริหาร และการสนับสนุนผู้สอน กิจกรรมทั้งหมดนี้อุทิศให้กับการบรรลุความเป็นหนึ่งเดียวและสันติภาพของมนุษยชาติ
การปลดปล่อยพลังรวมหมู่ (Unlocking Collective Energy): การบริจาคช่วยให้ชุมชนสามารถทำหน้าที่เป็นองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียว โดยการรวบรวมทรัพยากรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การกระทำร่วมกันนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการบรรลุ “ความเจริญรุ่งเรืองทางจิตวิญญาณและวัตถุสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด” ซึ่งเป็นมโนภาพของพระบาฮาอุลลาห์
การส่งเสริมความเป็นอิสระและความเป็นสากล (Promoting Independence and Universality): ศาสนาบาไฮ ไม่ร้องขอเงินทุนจากผู้ที่ไม่ใช่ชาวบาไฮ และห้ามการแสวงหาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างเคร่งครัด การพึ่งพาการบริจาคด้วยความสมัครใจจากสมาชิกเท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ถึง ความเป็นอิสระทางจิตวิญญาณ และความซื่อสัตย์ของพระศาสนา ทำให้ยังคงเป็นขบวนการที่เป็นสากลและฝ่ายจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
โดยสรุป การบริจาคให้แก่กองทุนบาไฮถือเป็นการ ทำธุรกรรมทางจิตวิญญาณ ที่ปัจเจกบุคคลเสียสละความมั่งคั่งทางวัตถุเพื่อแลกกับความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณ ในขณะเดียวกันก็มอบทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อเติมเต็มภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ในการรวมและยกระดับโลกให้สูงขึ้น
สำรวจหัวข้อ