พระบาฮาอุลลาห์ และพระปฏิญญาของพระองค์
ภาพรวม
ศาสนาบาไฮเริ่มต้นด้วยพันธกิจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับมอบหมายจากพระผู้เป็นเจ้าแก่พระศาสนทูตสองพระองค์ คือ พระบาบ และ พระบาฮาอุลลาห์
ปัจจุบัน ความเป็นเอกภาพอันโดดเด่นของศาสนานี้เกิดขึ้นจากพระธรรมลิขิตอันชัดแจ้งของพระบาฮาอุลลาห์ ซึ่งทรงให้คำมั่นว่าจะมีการนำทางอย่างต่อเนื่องแก่ศาสนิกชน แม้ภายหลังการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระองค์
การสืบทอดอำนาจในการดูแลและนำทางศาสนาตามลำดับนี้ ซึ่งเรียกว่า พระปฏิญญา (หรือพันธสัญญา) เริ่มต้นจากพระบาฮาอุลลาห์ สู่พระอับดุลบาฮา พระโอรสของพระองค์ และจากพระอับดุลบาฮา สู่ท่านโชกิ เอฟเฟนดี พระนัดดาของพระองค์ และดำเนินต่อไปยังรือเรือนธรรมสากล (สภายุติธรรมแห่งสากล) ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการบัญญัติไว้โดยพระบาฮาอุลลาห์
ชาวบาไฮยอมรับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของพระบาบและพระบาฮาอุลลาห์ ตลอดจนผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้สืบทอดอำนาจนำทางศาสนามาตามลำดับอย่างต่อเนื่อง
เหตุใดพันธสัญญาแห่งศาสนาบาไฮจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อมนุษยชาติและโลก?
พันธสัญญาแห่งศาสนาบาไฮถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อมนุษยชาติและโลก ส่วนใหญ่เป็นเพราะเป็นบทบัญญัติที่ชัดเจนและมีเอกลักษณ์ที่รับประกันความเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นหลักการและเป้าหมายหลักของการประทานพระธรรมคำสอนของบาไฮ การธำรงรักษาความเป็นเอกภาพนี้โดยปราศจากการแตกแยก จึงถูกมองว่าเป็นแบบจำลองและกลไกในการบรรลุถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ และการสถาปนาสันติภาพโลก
พันธสัญญาของท่านบาฮาอุลลาห์ (ผู้สถาปนาศาสนาบาไฮ) มักถูกกล่าวถึงเป็นสองส่วน คือ พันธสัญญาที่ยิ่งใหญ่ และ พันธสัญญาที่รองลงมา
1. พันธสัญญาที่ยิ่งใหญ่: ความเป็นเอกภาพของศาสนาและการเผยแสดงที่ก้าวหน้า
นี่คือข้อตกลงอันเป็นนิรันดร์และครอบคลุมระหว่าง พระผู้เป็นเจ้ากับมนุษยชาติ
-
การนำทางอย่างต่อเนื่อง: เป็นพระสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าว่าจะไม่ทอดทิ้งมนุษยชาติโดยปราศจากการนำทาง และจะทรงส่งพระผู้สื่อสารแห่งพระผู้เป็นเจ้า (Manifestations of God) มาอย่างต่อเนื่องเพื่ออบรมและนำพามนุษยชาติให้ก้าวหน้า ชาวบาไฮมองว่าผู้สถาปนาศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของโลกทั้งหมด (เช่น อับราฮัม โมเสส โซโรอัสเตอร์ พระพุทธเจ้า พระเยซู มูฮัมหมัด ท่านบาบ และท่านบาฮาอุลลาห์) เป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ต่อเนื่องและเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ การเผยแสดงที่ก้าวหน้า (Progressive Revelation)
-
ความสำคัญต่อมนุษยชาติ: สิ่งนี้ให้ความมั่นใจว่าการนำทางทางจิตวิญญาณและศีลธรรมมีอยู่เสมอและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละยุคอย่างสมบูรณ์แบบ นำไปสู่ความสมบูรณ์และแสงสว่างทางปัญญาโดยรวมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ช่วยขจัดพื้นฐานของการอคติทางศาสนาด้วยการยืนยันความเป็นเอกภาพพื้นฐานของทุกศาสนา
2. พันธสัญญาที่รองลงมา: การปกป้องความเป็นเอกภาพภายในศาสนาบาไฮ
นี่คือพินัยกรรมที่เขียนขึ้นโดยเฉพาะของท่านบาฮาอุลลาห์ถึงผู้ติดตามของพระองค์เกี่ยวกับการสืบทอดตำแหน่งผู้นำหลังการจากไปของพระองค์
-
การป้องกันการแตกแยก: พันธสัญญาที่รองลงมาได้กำหนดอย่างชัดเจนให้ ท่านอับดุลบาฮา โอรสของพระองค์ เป็น ศูนย์กลางแห่งพันธสัญญา และเป็นผู้ตีความคำสอนของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว สายการสืบทอดตำแหน่งที่แนบแน่นนี้ดำเนินต่อมายัง ท่านโชกิ เอฟเฟนดิ (ผู้พิทักษ์) และปัจจุบันได้มอบอำนาจให้กับคณะปกครองสูงสุดที่มาจากการเลือกตั้งทั่วโลก คือ สภาแห่งความยุติธรรมสากล (Universal House of Justice)
-
ความสำคัญต่อโลก: ในอดีต การจากไปของพระผู้สื่อสารแห่งพระผู้เป็นเจ้ามักนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องการสืบทอดและการตีความ ส่งผลให้ศาสนาแตกออกเป็นนิกายต่างๆ พันธสัญญาบาไฮมีเอกลักษณ์เพราะให้สายอำนาจที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ จึงปกป้องศาสนาจากการแตกแยก และรักษาความสมบูรณ์และความบริสุทธิ์ของคำสอนของท่านบาฮาอุลลาห์
-
แบบอย่างสำหรับความเป็นเอกภาพของโลก: เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของศาสนาบาไฮคือการสถาปนาความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติและอารยธรรมโลกที่สงบสุข ความสำเร็จของพันธสัญญาในการธำรงรักษาความเป็นเอกภาพของประชาคมทั่วโลกที่มีความหลากหลายของตน จึงเป็นแบบอย่างที่เป็นจริงที่สำคัญและเป็น “แม่เหล็กแห่งพระคุณของพระผู้เป็นเจ้า” สำหรับส่วนที่เหลือของโลก เป็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณและการบริหารที่ออกแบบมาเพื่อบรรลุถึง “สันติภาพอันยิ่งใหญ่ที่สุด“
โดยสรุปแล้ว พันธสัญญาคือ รากฐานของความเป็นเอกภาพบาไฮ และความเป็นเอกภาพนั้นถูกมองว่าเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการบรรลุถึงความเป็นหนึ่งเดียวและสันติภาพของโลก
พระบ๊อบ
พระบ๊อบ คือผู้ประกาศข่าวของศาสนาบาไฮ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 พระองค์ทรงประกาศว่าพระองค์คือผู้ถือสารอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตฝ่ายวิญญาณของมนุษยชาติ
พันธกิจของพระองค์คือการเตรียมหนทางสำหรับการมาของพระศาสนทูตจากพระผู้เป็นเจ้าพระองค์ที่สอง ซึ่งทรงยิ่งใหญ่กว่าพระองค์ ผู้ที่จะนำพามนุษยชาติไปสู่ยุคแห่งสันติภาพและความยุติธรรม
เรียนรู้เพิ่มเติม
พระบาฮาอุลลาห์
พระบาฮาอุลลาห์ ซึ่งมีความหมายว่า “ความรุ่งโรจน์ของพระเจ้า” คือพระผู้ที่ได้รับการสัญญาไว้ ซึ่งพระบาบและบรรดาพระศาสดาในอดีตทุกพระองค์ได้ทรงพยากรณ์ถึงการมาของพระองค์ พระบาฮาอุลลาห์ทรงนำพระวิวรณ์ใหม่จากพระผู้เป็นเจ้ามาสู่มนุษยชาติ
พระธรรมลิขิตหลายพันฉบับ ทั้งบทกลอน ธรรมลิขิตส่วนพระองค์ และหนังสือต่างๆ ได้หลั่งไหลจากปลายพระอักษรของพระองค์ ในพระธรรมลิขิตเหล่านี้ พระองค์ทรงร่างพิมพ์เขียวสำหรับการพัฒนาอารยธรรมโลก ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติทางจิตวิญญาณและทางวัตถุของชีวิตมนุษย์ ดังนั้น พระองค์จึงทรงอดทนต่อการถูกจองจำ การถูกทรมาน และการถูกเนรเทศนานถึง 40 ปี
เรียนรู้เพิ่มเติม
พระอับดุลบาฮา
ตามพระพินัยกรรมของพระองค์ พระบาฮาอุลลาห์ได้ทรงแต่งตั้งพระอับดุลบาฮา พระโอรสองค์โต ให้เป็นผู้อรรถาธิบายพระธรรมคำสอนของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว และเป็นประมุขของศาสนาบาไฮ
พระอับดุลบาฮาทรงเป็นที่รู้จักทั่วทั้งโลกตะวันออกและโลกตะวันตกในฐานะทูตแห่งสันติภาพ เป็นแบบอย่างอันประเสริฐของความเป็นมนุษย์ และเป็นผู้เผยแผ่หลักธรรมที่สำคัญที่สุดของศาสนาใหม่นี้
เรียนรู้เพิ่มเติม
โชกิ เอฟเฟนดี
ท่านโชกิ เอฟเฟนดี พระนัดดาองค์โตของพระอับดุลบาฮา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์การแห่งศาสนาบาไฮ ได้อุทิศเวลา 36 ปีในการดูแลและพัฒนาศาสนาอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในคำสอนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของประชาคมบาไฮ ซึ่งเติบโตขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนสะท้อนถึงความหลากหลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งมวล
เรียนรู้เพิ่มเติม
สภายุติธรรมสากล
ทุกวันนี้ ความก้าวหน้าของศาสนาบาไฮทั่วโลกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรือเรือนธรรมสากล (สภาบริหารงานยุติธรรมสากล) ในพระคัมภีร์อักดัส (คัมภีร์แห่งกฎหมาย) ของพระองค์ พระบาฮาอุลลาห์ทรงบัญชาให้รือเรือนธรรมสากลใช้พลังอำนาจในทางบวก เพื่อสวัสดิภาพของมนุษยชาติ ส่งเสริมการศึกษา สันติภาพ และความรุ่งเรืองของโลก ตลอดจนปกป้องเกียรติของมนุษย์และสถานะอันสูงส่งของศาสนา
เรียนรู้เพิ่มเติม
ในหลายหมื่นแห่งทั่วโลก คำสอนของศาสนาบาไฮเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ปัจเจกบุคคลและชุมชน ในการทำงานเพื่อยกระดับชีวิตของตนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาอารยธรรมโลก ความเชื่อของชาวบาไฮครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น:
-
ความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้าและศาสนา
-
ความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติและการขจัดอคติ
-
ความสูงส่งโดยกำเนิดของมนุษย์
-
ความก้าวหน้าของการเปิดเผยสัจธรรมทางศาสนา
-
การพัฒนาคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ
-
การผสานการสักการะเข้ากับการรับใช้
-
ความเสมอภาคอย่างแท้จริงระหว่างบุรุษและสตรี
-
ความสอดคล้องระหว่างศาสนาและวิทยาศาสตร์
-
ความสำคัญของความยุติธรรม ในฐานะหัวใจของการดำเนินงานของมนุษย์ทั้งมวล
-
ความสำคัญของการศึกษา
-
พลวัตของความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงปัจเจกบุคคล ชุมชน และสถาบันเข้าไว้ด้วยกัน ในขณะที่มนุษยชาติก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ร่วมกัน